เข้าใจง่ายกับ โควิก-19 เข้าใจง่ายกับ โควิก-19 เข้าใจง่ายกับ โควิก-19

เข้าใจง่ายกับ โควิก-19

              คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโควิด 19 (Covid-19)” หรือ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้หลายคนเคยอาจเคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวของเรา แต่จริง ๆแล้วไวรัสโควิด 19(Covid-19)เป็นเรื่องใกล้ตัวเรากว่าที่คิด  โดยโรคระบาดนี้เกิดจากกลุ่มไวรัสโคโรน่านั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก โดยล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างโดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงขั้นรุนแรง และโรคระบาดนี้มีการแพร่กระจายเชื้อได้โดยสามารถมาติดต่อจาก คนสู่คนได้  ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ วิธีป้องกันไวรัสโควิด 19 ให้มากยิ่งขึ้น

          อาการไวรัสโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมี 5 อาการหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้

              1.มีไข้

              2.เจ็บคอ

              3.ไอแห้ง ๆ

              4.น้ำมูกไหล

              5.หายใจเหนื่อยหอบ

 

              ทางด้านแพทย์อาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยการเอ็กซ์เรย์ปอด แล้วพบว่าปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากมีอาการหนักมาก ๆ (พบว่าติดเชื้อในระยะหลัง ๆ แล้ว) อาจอันตรายถึงอวัยวะภายในต่าง ๆ ล้มเหลว เชื้อไวรัสนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะตัวไหนที่สามารถรักษาให้หายได้โดยตรง การรักษาเป็นไปแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้น

          กลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

- เด็กเล็ก,วัยกลางคนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ

- คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง

- คนที่กินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่

          โดยประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ดังนี้

- งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด

- เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ

- ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่

- ควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ป่า

- ต้องใช้ช้อนกลาง เมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

- หมั่นล้างมือบ่อยๆ ล้างให้สะอาด เพราะถือเป็นหนึ่งในวิธีช่วยป้องกันไวรัส COVID-19 ได้ดีที่สุดจาก #WHO

- สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะเป็นพิษ

- ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

- หลังจากกลับจากต่างประเทศภายใน 14 วัน หากมีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งรายละเอียดว่าเราเคยไปต่างประเทศมาแม้ว่าประเทศนั้นจะไม่มีการติดเชื้อก็ตาม

- สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค , sanook.com , sikarin.com , moneyguru.co.th ,

อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลและ ประชาชาติธุรกิจ

เข้าใจง่ายกับ โควิก-19

              คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโควิด 19 (Covid-19)” หรือ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้หลายคนเคยอาจเคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวของเรา แต่จริง ๆแล้วไวรัสโควิด 19(Covid-19)เป็นเรื่องใกล้ตัวเรากว่าที่คิด  โดยโรคระบาดนี้เกิดจากกลุ่มไวรัสโคโรน่านั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก โดยล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างโดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงขั้นรุนแรง และโรคระบาดนี้มีการแพร่กระจายเชื้อได้โดยสามารถมาติดต่อจาก คนสู่คนได้  ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ วิธีป้องกันไวรัสโควิด 19 ให้มากยิ่งขึ้น

          อาการไวรัสโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมี 5 อาการหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้

              1.มีไข้

              2.เจ็บคอ

              3.ไอแห้ง ๆ

              4.น้ำมูกไหล

              5.หายใจเหนื่อยหอบ

 

              ทางด้านแพทย์อาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยการเอ็กซ์เรย์ปอด แล้วพบว่าปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากมีอาการหนักมาก ๆ (พบว่าติดเชื้อในระยะหลัง ๆ แล้ว) อาจอันตรายถึงอวัยวะภายในต่าง ๆ ล้มเหลว เชื้อไวรัสนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะตัวไหนที่สามารถรักษาให้หายได้โดยตรง การรักษาเป็นไปแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้น

          กลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

- เด็กเล็ก,วัยกลางคนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ

- คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง

- คนที่กินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่

          โดยประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ดังนี้

- งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด

- เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ

- ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่

- ควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ป่า

- ต้องใช้ช้อนกลาง เมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

- หมั่นล้างมือบ่อยๆ ล้างให้สะอาด เพราะถือเป็นหนึ่งในวิธีช่วยป้องกันไวรัส COVID-19 ได้ดีที่สุดจาก #WHO

- สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะเป็นพิษ

- ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

- หลังจากกลับจากต่างประเทศภายใน 14 วัน หากมีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งรายละเอียดว่าเราเคยไปต่างประเทศมาแม้ว่าประเทศนั้นจะไม่มีการติดเชื้อก็ตาม

- สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค , sanook.com , sikarin.com , moneyguru.co.th , 

อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลและ ประชาชาติธุรกิจ

เข้าใจง่ายกับ โควิก-19

              คงไม่มีใครไม่รู้จัก “ไวรัสโควิด 19 (Covid-19)” หรือ “ไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019” ที่กำลังระบาดหนักอยู่ขณะนี้หลายคนเคยอาจเคยคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวของเรา แต่จริง ๆแล้วไวรัสโควิด 19(Covid-19)เป็นเรื่องใกล้ตัวเรากว่าที่คิด  โดยโรคระบาดนี้เกิดจากกลุ่มไวรัสโคโรน่านั้น ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อประมาณปี ค.ศ. 1960 ทำให้เกิดไข้หวัดทั่วไป แต่ไม่ได้มีอาการรุนแรงมาก โดยล่าสุดพบที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2019 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสายพันธุ์ใหม่ต่างโดยผู้ติดเชื้อจะมีอาการตั้งแต่เล็กน้อย ปานกลาง ถึงขั้นรุนแรง และโรคระบาดนี้มีการแพร่กระจายเชื้อได้โดยสามารถมาติดต่อจาก คนสู่คนได้  ดังนั้นเราจึงต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ วิธีป้องกันไวรัสโควิด 19 ให้มากยิ่งขึ้น

          อาการไวรัสโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมี 5 อาการหลัก ๆ ด้วยกัน ดังนี้

              1.มีไข้

              2.เจ็บคอ

              3.ไอแห้ง ๆ

              4.น้ำมูกไหล

              5.หายใจเหนื่อยหอบ

 

              ทางด้านแพทย์อาจจะตรวจสอบเพิ่มเติมด้วยการเอ็กซ์เรย์ปอด แล้วพบว่าปอดบวมอักเสบร่วมด้วย หากมีอาการหนักมาก ๆ (พบว่าติดเชื้อในระยะหลัง ๆ แล้ว) อาจอันตรายถึงอวัยวะภายในต่าง ๆ ล้มเหลว เชื้อไวรัสนี้เป็นสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะตัวไหนที่สามารถรักษาให้หายได้โดยตรง การรักษาเป็นไปแบบประคับประคองตามอาการเท่านั้น

          กลุ่มเสี่ยงการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19

- เด็กเล็ก,วัยกลางคนจนถึงกลุ่มผู้สูงอายุ

- คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง

- คนที่กินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่

          โดยประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันตัวเองและคนรอบข้างให้ห่างไกลจากเชื้อไวรัสโควิด 19 ได้ดังนี้

- งดเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงโรคระบาด

- เลี่ยงการใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม น้ำมูกไหล เหนื่อยหอบ เจ็บคอ

- ระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไม่สะอาด และอาจมีเชื้อโรคเกาะอยู่

- ควรทานอาหารที่ปรุงสุกแล้ว งดอาหารดิบ และเนื้อสัตว์ป่า

- ต้องใช้ช้อนกลาง เมื่อทานอาหารร่วมกับผู้อื่น

- หมั่นล้างมือบ่อยๆ ล้างให้สะอาด เพราะถือเป็นหนึ่งในวิธีช่วยป้องกันไวรัส COVID-19 ได้ดีที่สุดจาก #WHO

- สวมใส่หน้ากากอนามัย หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัด หรือมีมลภาวะเป็นพิษ

- ควรดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ

- หลังจากกลับจากต่างประเทศภายใน 14 วัน หากมีอาการป่วยควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งรายละเอียดว่าเราเคยไปต่างประเทศมาแม้ว่าประเทศนั้นจะไม่มีการติดเชื้อก็ตาม

- สำหรับบุคลากรทางการแพทย์หรือผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยตรง ควรใส่หน้ากากอนามัย หรือใส่แว่นตานิรภัย เพื่อป้องกันเชื้อในละอองฝอยจากเสมหะหรือสารคัดหลั่งเข้าตา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค , sanook.com , sikarin.com , moneyguru.co.th , 

อ.พญ.รพีพรรณ รัตนวงศ์นรา มอร์ด สาขาวิชาโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดลและ ประชาชาติธุรกิจ