โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว

โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว

                 ฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนชอบและถือเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่ทำหลายๆคน เดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอกตามภูเขาหรือยอดดอยต่างๆ แต่ในฤดูหนาวก็เป็นฤดูที่มีโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่คนมักเป็นโรคนี้กันมากในฤดูหนาว คือ

โรคไข้หวัด
                 ในโลกเรามีเชื้อไวรัสหวัดเป็นร้อยชนิดซึ่งเราสามารถติดต่อได้จากการสูดอากาศที่มีเชื้อโรคนี้ปนอยู่ อาการประกอบด้วยไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล ระคายคอ มีไข้ โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ โรคนี้จะหายได้เองโดยธรรมชาติไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลรักษาตอนที่ไม่สบายได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ รับประทานยาลดไข้พาราเซตตามอล ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไออย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเหล่านี้ไม่ได้ลดจำนวนวันของอาการไม่สบายลง

โรคไข้หวัดใหญ่
                 โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการระบาดใหญ่เป็นประจำในช่วงฤดูหนาว เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเอ บีและซี เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดซีนั้นพบน้อยในวงแคบและไม่รุนแรง ส่วนชนิดบีพบเฉพาะในคน ไม่ค่อยทำให้ เกิดอาการ รุนแรง แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอนั้นพบได้ในคนและสัตว์นานาชนิดสามารถก่อโรคได้รุนแรง และเป็นปัญหาของโลก เกือบทุกปี เพราะแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางทางเดินหายใจ ซึ่งเชื้อโรคจะมาจากน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย เมื่อมีการไอ จามทำให้เชื้อ แพร่กระจายในอากาศ แล้วเราสูดเข้าไปในทางเดินหายใจและทำให้เกิดโรคภายใน 1-3 วัน นอกจากนั้นอาจติดต่อโดยการ ที่เราไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได แก้วน้ำ โทรศัพท์ เป็นต้น แล้วเรามาจับบริเวณใบหน้าเรา ทำให้เชื้อเข้าไปในร่างกายทางจมูกได้โดยส่วนใหญ่โรคนี้ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอันใดกับคนทั่วๆไป แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่มเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจวาย เบาหวาน โรคไตวาย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น อาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนได้มาก เช่น เกิดปอดอักเสบติดเชื้อ ทั้งจากไวรัส ไข้หวัดใหญ่เองหรือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา ในประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 20,000-50,000 รายทุกปี แต่อัตราการเสียชีวิตไม่ถึง 10 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เสียชีวิตมักเป็นผู้ป่วยสูงอายุ
อาการของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการมากในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาจมี เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ คัดจมูกน้ำมูกไหล โดยทั่วไปมีอาการอยู่ประมาณ 7-10 วัน ผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัดเจน (atypical presentations) ได้บ่อย บางครั้งอาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึมสับสนหรือการช่วยเหลือตนเองได้ลดลง

                 จะเห็นได้ว่าในฤดูหนาวนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและการหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สามารถลดโอกาสความเจ็บป่วยลงได้ครับ

รับมือป้องกันไข้หวัดหน้าหนาว

                 1. หอมแดง ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว สูตรสมุนไพรที่ส่งต่อจากหลายรุ่น ทำต่อกันมา คือ แก้หวัดด้วย “หอมแดง” ซึ่งทำได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น

วางไว้บนหัวนอน ต้มน้ำสูดกลิ่น สติ๊กเกอร์หอมแดง

                 2. อาบน้ำสมุนไพรไล่หวัด เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว ด้วยการใช้สมุนไพรเช่นกัน ที่บอกว่าให้ต้มน้ำอาบ ไม่ได้เป็นการพูดประชด แต่ให้เอาพืช ผักสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ขิง หอมแดง ข่า มาต้มในน้ำใช้อาบจริง ๆ เป็นวิธีที่นิยมใช้กับเด็กเล็ก ๆ ที่ยังต้องอาบน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ในกะละมังอยู่

                 3. สูตรซุปร้อนเพิ่มความอบอุ่น อากาศหนาว ๆ ถ้าได้ซดซุปอุ่น ๆ จะช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มความอบอุ่น ป้องกันหวัดหน้าหนาว และหากมีอาการไอ การดื่มน้ำอุ่น หรือกินซุปร้อน ๆ ยังช่วยระหาย ขับเสมหะได้อีกด้วย ซุปที่นิยมใช้ในการป้องกันหวัด คือ ซุปไก่ เช่น ในเมืองหนาว ประเทศเกาหลี จะนิยมกินไก่ตุ๋นโสมร้อน ๆ กันในหน้าหนาว สำหรับวิธีการทำซุปไก่ สามารถดูสูตรได้จาก สูตรอาหารต้านหวัด

                 4. ใส่ถุงเท้านอน ไม่ควรปล่อยให้ร่างกาย โดยเฉพาะเท้าเย็น ตอนนอนกลางคืน ช่วงหน้าหนาว

                 5. นอนเร็ว หลับให้พอ สาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วย เป็นหวัดง่าย นอกจากอากาศเปลี่ยนแปลงแล้ว นอนดึก พักผ่อนน้อยก็ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ดังนั้น ไม่ควรให้ลูกนอนดึกเกิน 3-4 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนได้เต็มที่

                 6. ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี แต่ควรหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมนอกบ้าน ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่ไข้หวัดระบาด

                 7. กินร้อน ช้อนกลาง เป็นหลักสุขอนามัยที่ต้องใช้ตลอด ๆ ไม่ว่าจะฤดูไหน เพราะช่วยป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ ได้ ควรกินอาหารปรุงร้อน ๆ ทำสุกใหม่ ๆ และหากต้องกินอาหารร่วมกันกับคนอื่น ควรใช้ช้อนกลางให้เป็นนิสัย จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เจ็บป่วย ไข้หวัดได้

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : gedgoodlife.com , si.mahidol.ac.th

โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว

                 ฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนชอบและถือเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่ทำหลายๆคน เดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอกตามภูเขาหรือยอดดอยต่างๆ แต่ในฤดูหนาวก็เป็นฤดูที่มีโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่คนมักเป็นโรคนี้กันมากในฤดูหนาว คือ

โรคไข้หวัด
                 ในโลกเรามีเชื้อไวรัสหวัดเป็นร้อยชนิดซึ่งเราสามารถติดต่อได้จากการสูดอากาศที่มีเชื้อโรคนี้ปนอยู่ อาการประกอบด้วยไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล ระคายคอ มีไข้ โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ โรคนี้จะหายได้เองโดยธรรมชาติไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลรักษาตอนที่ไม่สบายได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ รับประทานยาลดไข้พาราเซตตามอล ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไออย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเหล่านี้ไม่ได้ลดจำนวนวันของอาการไม่สบายลง

โรคไข้หวัดใหญ่
                 โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการระบาดใหญ่เป็นประจำในช่วงฤดูหนาว เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเอ บีและซี เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดซีนั้นพบน้อยในวงแคบและไม่รุนแรง ส่วนชนิดบีพบเฉพาะในคน ไม่ค่อยทำให้ เกิดอาการ รุนแรง แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอนั้นพบได้ในคนและสัตว์นานาชนิดสามารถก่อโรคได้รุนแรง และเป็นปัญหาของโลก เกือบทุกปี เพราะแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางทางเดินหายใจ ซึ่งเชื้อโรคจะมาจากน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย เมื่อมีการไอ จามทำให้เชื้อ แพร่กระจายในอากาศ แล้วเราสูดเข้าไปในทางเดินหายใจและทำให้เกิดโรคภายใน 1-3 วัน นอกจากนั้นอาจติดต่อโดยการ ที่เราไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได แก้วน้ำ โทรศัพท์ เป็นต้น แล้วเรามาจับบริเวณใบหน้าเรา ทำให้เชื้อเข้าไปในร่างกายทางจมูกได้โดยส่วนใหญ่โรคนี้ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอันใดกับคนทั่วๆไป แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่มเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจวาย เบาหวาน โรคไตวาย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น อาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนได้มาก เช่น เกิดปอดอักเสบติดเชื้อ ทั้งจากไวรัส ไข้หวัดใหญ่เองหรือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา ในประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 20,000-50,000 รายทุกปี แต่อัตราการเสียชีวิตไม่ถึง 10 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เสียชีวิตมักเป็นผู้ป่วยสูงอายุ
อาการของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการมากในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาจมี เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ คัดจมูกน้ำมูกไหล โดยทั่วไปมีอาการอยู่ประมาณ 7-10 วัน ผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัดเจน (atypical presentations) ได้บ่อย บางครั้งอาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึมสับสนหรือการช่วยเหลือตนเองได้ลดลง

                 จะเห็นได้ว่าในฤดูหนาวนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและการหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สามารถลดโอกาสความเจ็บป่วยลงได้ครับ

รับมือป้องกันไข้หวัดหน้าหนาว

                 1. หอมแดง ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว สูตรสมุนไพรที่ส่งต่อจากหลายรุ่น ทำต่อกันมา คือ แก้หวัดด้วย “หอมแดง” ซึ่งทำได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น

วางไว้บนหัวนอน ต้มน้ำสูดกลิ่น สติ๊กเกอร์หอมแดง

                 2. อาบน้ำสมุนไพรไล่หวัด เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว ด้วยการใช้สมุนไพรเช่นกัน ที่บอกว่าให้ต้มน้ำอาบ ไม่ได้เป็นการพูดประชด แต่ให้เอาพืช ผักสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ขิง หอมแดง ข่า มาต้มในน้ำใช้อาบจริง ๆ เป็นวิธีที่นิยมใช้กับเด็กเล็ก ๆ ที่ยังต้องอาบน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ในกะละมังอยู่

                 3. สูตรซุปร้อนเพิ่มความอบอุ่น อากาศหนาว ๆ ถ้าได้ซดซุปอุ่น ๆ จะช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มความอบอุ่น ป้องกันหวัดหน้าหนาว และหากมีอาการไอ การดื่มน้ำอุ่น หรือกินซุปร้อน ๆ ยังช่วยระหาย ขับเสมหะได้อีกด้วย ซุปที่นิยมใช้ในการป้องกันหวัด คือ ซุปไก่ เช่น ในเมืองหนาว ประเทศเกาหลี จะนิยมกินไก่ตุ๋นโสมร้อน ๆ กันในหน้าหนาว สำหรับวิธีการทำซุปไก่ สามารถดูสูตรได้จาก สูตรอาหารต้านหวัด

                 4. ใส่ถุงเท้านอน ไม่ควรปล่อยให้ร่างกาย โดยเฉพาะเท้าเย็น ตอนนอนกลางคืน ช่วงหน้าหนาว

                 5. นอนเร็ว หลับให้พอ สาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วย เป็นหวัดง่าย นอกจากอากาศเปลี่ยนแปลงแล้ว นอนดึก พักผ่อนน้อยก็ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ดังนั้น ไม่ควรให้ลูกนอนดึกเกิน 3-4 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนได้เต็มที่

                 6. ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี แต่ควรหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมนอกบ้าน ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่ไข้หวัดระบาด

                 7. กินร้อน ช้อนกลาง เป็นหลักสุขอนามัยที่ต้องใช้ตลอด ๆ ไม่ว่าจะฤดูไหน เพราะช่วยป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ ได้ ควรกินอาหารปรุงร้อน ๆ ทำสุกใหม่ ๆ และหากต้องกินอาหารร่วมกันกับคนอื่น ควรใช้ช้อนกลางให้เป็นนิสัย จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เจ็บป่วย ไข้หวัดได้

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : gedgoodlife.com , si.mahidol.ac.th

โรคไข้หวัดที่มากับฤดูหนาว

                 ฤดูหนาวถือเป็นฤดูที่หลาย ๆ คนชอบและถือเป็นฤดูแห่งการท่องเที่ยวที่ทำหลายๆคน เดินทางออกต่างจังหวัดเพื่อไปชื่นชมบรรยากาศทะเลหมอกตามภูเขาหรือยอดดอยต่างๆ แต่ในฤดูหนาวก็เป็นฤดูที่มีโรคชนิดหนึ่งที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่คนมักเป็นโรคนี้กันมากในฤดูหนาว คือ

โรคไข้หวัด
                 ในโลกเรามีเชื้อไวรัสหวัดเป็นร้อยชนิดซึ่งเราสามารถติดต่อได้จากการสูดอากาศที่มีเชื้อโรคนี้ปนอยู่ อาการประกอบด้วยไอ จาม คัดจมูกน้ำมูกไหล ระคายคอ มีไข้ โดยทั่วไปจะหายไปภายใน 1 สัปดาห์ โรคนี้จะหายได้เองโดยธรรมชาติไม่มีภาวะแทรกซ้อน การดูแลรักษาตอนที่ไม่สบายได้แก่ การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังหรือทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่จำเป็น ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำผลไม้ รับประทานยาลดไข้พาราเซตตามอล ยาลดน้ำมูกและยาแก้ไออย่างไรก็ตาม การรับประทานยาเหล่านี้ไม่ได้ลดจำนวนวันของอาการไม่สบายลง

โรคไข้หวัดใหญ่
                 โรคไข้หวัดใหญ่จะมีการระบาดใหญ่เป็นประจำในช่วงฤดูหนาว เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus) ซึ่งมีอยู่ 3 ชนิดด้วยกัน คือ ชนิดเอ บีและซี เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดซีนั้นพบน้อยในวงแคบและไม่รุนแรง ส่วนชนิดบีพบเฉพาะในคน ไม่ค่อยทำให้ เกิดอาการ รุนแรง แต่ไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิดเอนั้นพบได้ในคนและสัตว์นานาชนิดสามารถก่อโรคได้รุนแรง และเป็นปัญหาของโลก เกือบทุกปี เพราะแพร่ระบาดในหลายพื้นที่ เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางทางเดินหายใจ ซึ่งเชื้อโรคจะมาจากน้ำมูก น้ำลายหรือเสมหะของผู้ป่วย เมื่อมีการไอ จามทำให้เชื้อ แพร่กระจายในอากาศ แล้วเราสูดเข้าไปในทางเดินหายใจและทำให้เกิดโรคภายใน 1-3 วัน นอกจากนั้นอาจติดต่อโดยการ ที่เราไปจับสิ่งของที่ปนเปื้อนน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วย เช่น ลูกบิดประตู ราวบันได แก้วน้ำ โทรศัพท์ เป็นต้น แล้วเรามาจับบริเวณใบหน้าเรา ทำให้เชื้อเข้าไปในร่างกายทางจมูกได้โดยส่วนใหญ่โรคนี้ไม่ได้อันตรายร้ายแรงอันใดกับคนทั่วๆไป แต่ในผู้ป่วยบางกลุ่มเช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น หอบหืด ถุงลมโป่งพอง โรคหัวใจวาย เบาหวาน โรคไตวาย ผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น อาจเกิดปัญหาแทรกซ้อนได้มาก เช่น เกิดปอดอักเสบติดเชื้อ ทั้งจากไวรัส ไข้หวัดใหญ่เองหรือจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตามมา ในประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ปีละ 20,000-50,000 รายทุกปี แต่อัตราการเสียชีวิตไม่ถึง 10 รายต่อปี โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เสียชีวิตมักเป็นผู้ป่วยสูงอายุ
อาการของไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อ ซึ่งมักมีอาการมากในช่วง 3-4 วันแรก หลังจากนั้นอาจมี เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ คัดจมูกน้ำมูกไหล โดยทั่วไปมีอาการอยู่ประมาณ 7-10 วัน ผู้สูงอายุอาจมีอาการไม่ชัดเจน (atypical presentations) ได้บ่อย บางครั้งอาจมีไข้ อ่อนเพลีย ซึมสับสนหรือการช่วยเหลือตนเองได้ลดลง

                 จะเห็นได้ว่าในฤดูหนาวนั้นอาจทำให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพ การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงและการหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ เป็นสิ่งที่สามารถลดโอกาสความเจ็บป่วยลงได้ครับ

รับมือป้องกันไข้หวัดหน้าหนาว

                 1. หอมแดง ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว สูตรสมุนไพรที่ส่งต่อจากหลายรุ่น ทำต่อกันมา คือ แก้หวัดด้วย “หอมแดง” ซึ่งทำได้หลายวิธี ตัวอย่างเช่น

วางไว้บนหัวนอน ต้มน้ำสูดกลิ่น สติ๊กเกอร์หอมแดง

                 2. อาบน้ำสมุนไพรไล่หวัด เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ป้องกัน ไข้หวัดหน้าหนาว ด้วยการใช้สมุนไพรเช่นกัน ที่บอกว่าให้ต้มน้ำอาบ ไม่ได้เป็นการพูดประชด แต่ให้เอาพืช ผักสมุนไพร เช่น ตะไคร้ ขิง หอมแดง ข่า มาต้มในน้ำใช้อาบจริง ๆ เป็นวิธีที่นิยมใช้กับเด็กเล็ก ๆ ที่ยังต้องอาบน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ ในกะละมังอยู่

                 3. สูตรซุปร้อนเพิ่มความอบอุ่น อากาศหนาว ๆ ถ้าได้ซดซุปอุ่น ๆ จะช่วยปรับสมดุลอุณหภูมิในร่างกาย เพิ่มความอบอุ่น ป้องกันหวัดหน้าหนาว และหากมีอาการไอ การดื่มน้ำอุ่น หรือกินซุปร้อน ๆ ยังช่วยระหาย ขับเสมหะได้อีกด้วย ซุปที่นิยมใช้ในการป้องกันหวัด คือ ซุปไก่ เช่น ในเมืองหนาว ประเทศเกาหลี จะนิยมกินไก่ตุ๋นโสมร้อน ๆ กันในหน้าหนาว สำหรับวิธีการทำซุปไก่ สามารถดูสูตรได้จาก สูตรอาหารต้านหวัด

                 4. ใส่ถุงเท้านอน ไม่ควรปล่อยให้ร่างกาย โดยเฉพาะเท้าเย็น ตอนนอนกลางคืน ช่วงหน้าหนาว

                 5. นอนเร็ว หลับให้พอ สาเหตุที่ทำให้เจ็บป่วย เป็นหวัดง่าย นอกจากอากาศเปลี่ยนแปลงแล้ว นอนดึก พักผ่อนน้อยก็ทำให้ภูมิต้านทานร่างกายลดลง ดังนั้น ไม่ควรให้ลูกนอนดึกเกิน 3-4 ทุ่ม เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนได้เต็มที่

                 6. ออกกำลังกาย การออกกำลังกาย จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี แต่ควรหลีกเลี่ยงทำกิจกรรมนอกบ้าน ถ้าเป็นช่วงฤดูกาลที่ไข้หวัดระบาด

                 7. กินร้อน ช้อนกลาง เป็นหลักสุขอนามัยที่ต้องใช้ตลอด ๆ ไม่ว่าจะฤดูไหน เพราะช่วยป้องกันโรคติดต่อต่าง ๆ ได้ ควรกินอาหารปรุงร้อน ๆ ทำสุกใหม่ ๆ และหากต้องกินอาหารร่วมกันกับคนอื่น ควรใช้ช้อนกลางให้เป็นนิสัย จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อ เจ็บป่วย ไข้หวัดได้

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : gedgoodlife.com , si.mahidol.ac.th