"โรคไต" ใกล้ตัวกว่าที่คิด "โรคไต" ใกล้ตัวกว่าที่คิด "โรคไต" ใกล้ตัวกว่าที่คิด

โรคไตใกล้ตัวกว่าที่คิด

          โรคไตเป็นปัญหาสำคัญและมีจำนวนคนไทยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาโดยสมาคมโรคไต พบว่ามีการเกิดโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนหลักล้านคน แต่มีผู้ที่ทำการฟอกไตจริงๆ ในปัจจุบันมีจำนวนไม่ถึงแสนคน ดังนั้นหากจะมาดูที่วิธีป้องกันว่าโรคไตเรื้อรัง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

          ไตทำหน้าที่อะไร ?

               1.กำจัดของเสีย ได้แก่ ยูเรีย ครีเอดินิน

                -   เมื่อร่างกายได้รับสารอาหาร   จะย่อยสลาย นำส่วนที่เป็นประโยชน์ไปใช้   และปล่อยของเสียออกสู่กระแสเลือด   ผ่านมายังไต   และถูกขับออกมากับปัสสาวะ

                -   ขับยา   และสารแปลกปลอมอื่น ๆ

               2.ดูดซึม และเก็บสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้

                -    สารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จะถูกดูดกลับโดยเซลล์ของหน่วยไต เช่น น้ำ ฟอสเฟต   โปรตีน

               3.รักษาสมดุลน้ำของร่างกาย

                -    ถ้าน้ำมีมากเกินความต้องการของร่างกาย   ไตจะทำหน้าที่ขับน้ำออกมาทางปัสสาวะ

                -    ถ้าอยู่ในภาวะขาดน้ำ ไตจะพยายามสงวนน้ำไว้ให้ร่างกาย   ปัสสาวะจะมีปริมาณน้อยและเข้มข้น

                4. รักษาสมดุลเกลือแร่ของร่างกาย

                -   ไตที่ปกติจะขับเกลือส่วนเกินได้เสมอ   แม้จะรับประทานรสเค็มจัด

                -   แต่ถ้าเสื่อมสมรรถภาพ   ผู้ป่วยจะมีอาการบวมถ้ารับประทานเกลือมากเกินไป

                5.รักษาสมดุลกรดด่างของร่างกาย

                -   ร่างกายจะผลิตกรดทุกวัน จากการเผาผลาญอาหารโปรตีน 

                -   ถ้าไตทำหน้าที่ปกติ   จะไม่มีกรดคั่ง   

                -   ถ้าไตเสื่อมสมรรถภาพ   ร่างกายจะมีปัสสาวะเป็นกรด

               6 .ควบคุมความดันโลหิต

                -   ความดันโลหิตสูง   เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมสมดุลน้ำ  และเกลือ  รวมถึงสารบางชนิด

                -   ผู้ป่วยโรคไต  จึงมักมีความดันโลหิตสูง   เพราะไตถูกกระตุ้นให้สร้างสารที่ทำให้ความดันสูง ถ้าความดันโลหิตสูงมาก  ทำให้หัวใจทำงานหนัก หรืออาจเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ  หรือ  แตก  เป็นอัมพฤกษ์  และอัมพาตได้

               7.สร้างฮอร์โมน

                -   ไต ปกติสามารถสร้างฮอร์โมนได้หลายชนิด เช่น ฮอร์โมนเออริโธรพอยอิติน ( erythropoietin) วิตามินดีชนิด  calcitriol  ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซี่ยม  

          ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เป็นโรคไต

                1. พันธุกรรม โรคไตบางชนิดมีสาเหตุจากพันธุกรรม เช่น โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) ฉะนั้นคนที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นโรคไตก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โรคไตที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมมี 2 แบบ ได้แก่ แบบทารก (Infantile PKD) ซึ่งมักจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิด  และแบบผู้ใหญ่ (Adult PKD-ADPKD) ซึ่งมักพบความผิดปกติเมื่ออายุ 20-30 ปีขึ้นไป โดยผู้ป่วยจะมีถุงน้ำที่ไตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ส่งผลให้ไตทำงานน้อยลง เกิดภาวะไตวายและเสียชีวิตในที่สุด

                2. ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หากไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต สมอง รวมทั้งไต โดยจะทำให้การทำงานของไตเสื่อมลง ในระยะแรกจะมีโปรตีน หรือนิยมเรียกกันว่า ไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ  หากยังไม่ได้รับการรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ จะทำให้เกิดภาวะไตวายจนไปถึงภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้

                3. โรคเบาหวาน  เป็นสาเหตุของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 30 %  ผู้ป่วยที่เป็นรคเบาหวาน หากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีภายในระยะเวลา 10-15 ปี จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ไต โดยเฉพาะที่หลอดเลือดของไต มีโปรตีน หรือไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ จนเกิดภาวะเกิดไตเสื่อม ไตวายเรื้อรัง และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด   นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กรวยไตอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นบ่อยๆ และ/หรือรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ไตเสื่อม และเกิดภาวะไตวายได้

                4. ภูมิลำเนา เป็นที่ทราบกันดีว่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในไตและทางเดินปัสสาวะมาก สาเหตุอาจเกี่ยวเนื่องจากอาหาร น้ำ และปัจจัยอื่น เพราะฉะนั้นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในบริเวณนี้ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

                5. ความอ้วน คนอ้วนจะมีเมตาบอลิซึมสูงกว่าคนปกติ เกิดของเสียต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตและอวัยวะอื่นๆ ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย ทั้งหัวใจ ปอด และทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมา ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไตต้องรับภาระมากขึ้นเปรียบเสมือนรถบรรทุกน้ำหนักเกิน เริ่มแรกจะพบโปรตีน หรือไข่ขาว ในปัสสาวะก่อน แล้วต่อมาไตจะเสื่อม หรือเกิดภาวะไตวายได้

                6. อายุ ไตของคนปกติจะเจริญเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 2 ปี และจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุ 35 ปี ฉะนั้นสมรรถภาพการทำงานของไตจะเสื่อมไปตามอายุ นอกจากนี้ในชายสูงอายุมีโอกาสสูงที่จะเป็นต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงได้ การรับประทานยาและการฉีดยาต่างๆ ที่มีพิษต่อไตจำเป็นต้องลดขนาดลงด้วยมิฉะนั้นอาจทำให้เกิดไตวายได้

                7. ยาและอาหาร  ยาหลายชนิดและอาหารบางประเภทมีพิษต่อไต ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องปรับขนาดของยาให้พอเหมาะและหมั่นติดตามการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นกว่าจะรู้ตัวก็เกิดภาวะไตวายเสียแล้ว เช่น การใช้ยากลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เป็นต้น

                8. อาชีพ / อุบัติเหตุ อาชีพบางอย่างอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตได้ เช่น นักมวยอาจถูกต่อย ถูกเตะบริเวณไตจนเกิดอันตรายได้ หรือบางคนทำงานในโรงงานซึ่งได้รับสารพิษต่อไตสะสมยาวนาน ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

          การลดภาวะเสี่ยงเป็นโรคไต

                1.ควบคุมอาหาร ลดอาหารเค็ม เพื่อช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ทั้งยังเป็นการควบคุมความดัน

                2.ลดอาหารที่มีไขมันสูง

                3.งดสูบบุหรี่

                4.ดื่มน้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิปกติมากๆ เพราะการดื่มน้ำไม่มีข้อห้ามใดๆ และดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบำรุงไต ให้ทนทานต่อภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้

                5.หากเป็นเบาหวานก็ต้องคุมน้ำตาล

                6.หากเป็นโรคความดันสูงต้องคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติ

                7.ควบคุมยาที่มีผลกับไต เลี่ยงการกินยาที่เราไม่ทราบสรรพคุณหรือว่ากินยาที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะพวกยาแก้ปวด

          ฉะนั้นใครที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตก็ควรรู้ตัว แต่ความเสี่ยงบางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พันธุกรรม โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน แต่สามารถลดความรุนแรงได้ เช่น โรคที่มีสาเหตุจากพันธุกรรม หากมีคนใดในครอบครัวป่วยเป็นโรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) สมาชิกในครอบครัวที่เหลือควรจะไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวน์คัดกรองแต่เนิ่นๆ รวมทั้งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีการศึกษาว่า ถ้าสามารถควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสและความรุนแรงของโรคแทรกซ้อนได้รวมทั้งโรคไต หากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : periskopi.com, sanook.com, theworldmedicalcenter.com

โรคไตใกล้ตัวกว่าที่คิด

          โรคไตเป็นปัญหาสำคัญและมีจำนวนคนไทยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาโดยสมาคมโรคไต พบว่ามีการเกิดโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนหลักล้านคน แต่มีผู้ที่ทำการฟอกไตจริงๆ ในปัจจุบันมีจำนวนไม่ถึงแสนคน ดังนั้นหากจะมาดูที่วิธีป้องกันว่าโรคไตเรื้อรัง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

          ไตทำหน้าที่อะไร ?

               1.กำจัดของเสีย ได้แก่ ยูเรีย ครีเอดินิน

                -   เมื่อร่างกายได้รับสารอาหาร   จะย่อยสลาย นำส่วนที่เป็นประโยชน์ไปใช้   และปล่อยของเสียออกสู่กระแสเลือด   ผ่านมายังไต   และถูกขับออกมากับปัสสาวะ

                -   ขับยา   และสารแปลกปลอมอื่น ๆ

               2.ดูดซึม และเก็บสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้

                -    สารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จะถูกดูดกลับโดยเซลล์ของหน่วยไต เช่น น้ำ ฟอสเฟต   โปรตีน

               3.รักษาสมดุลน้ำของร่างกาย

                -    ถ้าน้ำมีมากเกินความต้องการของร่างกาย   ไตจะทำหน้าที่ขับน้ำออกมาทางปัสสาวะ

                -    ถ้าอยู่ในภาวะขาดน้ำ ไตจะพยายามสงวนน้ำไว้ให้ร่างกาย   ปัสสาวะจะมีปริมาณน้อยและเข้มข้น

                4. รักษาสมดุลเกลือแร่ของร่างกาย

                -   ไตที่ปกติจะขับเกลือส่วนเกินได้เสมอ   แม้จะรับประทานรสเค็มจัด

                -   แต่ถ้าเสื่อมสมรรถภาพ   ผู้ป่วยจะมีอาการบวมถ้ารับประทานเกลือมากเกินไป

                5.รักษาสมดุลกรดด่างของร่างกาย

                -   ร่างกายจะผลิตกรดทุกวัน จากการเผาผลาญอาหารโปรตีน 

                -   ถ้าไตทำหน้าที่ปกติ   จะไม่มีกรดคั่ง   

                -   ถ้าไตเสื่อมสมรรถภาพ   ร่างกายจะมีปัสสาวะเป็นกรด

               6 .ควบคุมความดันโลหิต

                -   ความดันโลหิตสูง   เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมสมดุลน้ำ  และเกลือ  รวมถึงสารบางชนิด

                -   ผู้ป่วยโรคไต  จึงมักมีความดันโลหิตสูง   เพราะไตถูกกระตุ้นให้สร้างสารที่ทำให้ความดันสูง ถ้าความดันโลหิตสูงมาก  ทำให้หัวใจทำงานหนัก หรืออาจเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ  หรือ  แตก  เป็นอัมพฤกษ์  และอัมพาตได้

               7.สร้างฮอร์โมน

                -   ไต ปกติสามารถสร้างฮอร์โมนได้หลายชนิด เช่น ฮอร์โมนเออริโธรพอยอิติน ( erythropoietin) วิตามินดีชนิด  calcitriol  ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซี่ยม  

          ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เป็นโรคไต

                1. พันธุกรรม โรคไตบางชนิดมีสาเหตุจากพันธุกรรม เช่น โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) ฉะนั้นคนที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นโรคไตก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โรคไตที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมมี 2 แบบ ได้แก่ แบบทารก (Infantile PKD) ซึ่งมักจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิด  และแบบผู้ใหญ่ (Adult PKD-ADPKD) ซึ่งมักพบความผิดปกติเมื่ออายุ 20-30 ปีขึ้นไป โดยผู้ป่วยจะมีถุงน้ำที่ไตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ส่งผลให้ไตทำงานน้อยลง เกิดภาวะไตวายและเสียชีวิตในที่สุด

                2. ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หากไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต สมอง รวมทั้งไต โดยจะทำให้การทำงานของไตเสื่อมลง ในระยะแรกจะมีโปรตีน หรือนิยมเรียกกันว่า ไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ  หากยังไม่ได้รับการรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ จะทำให้เกิดภาวะไตวายจนไปถึงภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้

                3. โรคเบาหวาน  เป็นสาเหตุของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 30 %  ผู้ป่วยที่เป็นรคเบาหวาน หากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีภายในระยะเวลา 10-15 ปี จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ไต โดยเฉพาะที่หลอดเลือดของไต มีโปรตีน หรือไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ จนเกิดภาวะเกิดไตเสื่อม ไตวายเรื้อรัง และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด   นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กรวยไตอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นบ่อยๆ และ/หรือรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ไตเสื่อม และเกิดภาวะไตวายได้

                4. ภูมิลำเนา เป็นที่ทราบกันดีว่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในไตและทางเดินปัสสาวะมาก สาเหตุอาจเกี่ยวเนื่องจากอาหาร น้ำ และปัจจัยอื่น เพราะฉะนั้นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในบริเวณนี้ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

                5. ความอ้วน คนอ้วนจะมีเมตาบอลิซึมสูงกว่าคนปกติ เกิดของเสียต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตและอวัยวะอื่นๆ ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย ทั้งหัวใจ ปอด และทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมา ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไตต้องรับภาระมากขึ้นเปรียบเสมือนรถบรรทุกน้ำหนักเกิน เริ่มแรกจะพบโปรตีน หรือไข่ขาว ในปัสสาวะก่อน แล้วต่อมาไตจะเสื่อม หรือเกิดภาวะไตวายได้

                6. อายุ ไตของคนปกติจะเจริญเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 2 ปี และจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุ 35 ปี ฉะนั้นสมรรถภาพการทำงานของไตจะเสื่อมไปตามอายุ นอกจากนี้ในชายสูงอายุมีโอกาสสูงที่จะเป็นต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงได้ การรับประทานยาและการฉีดยาต่างๆ ที่มีพิษต่อไตจำเป็นต้องลดขนาดลงด้วยมิฉะนั้นอาจทำให้เกิดไตวายได้

                7. ยาและอาหาร  ยาหลายชนิดและอาหารบางประเภทมีพิษต่อไต ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องปรับขนาดของยาให้พอเหมาะและหมั่นติดตามการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นกว่าจะรู้ตัวก็เกิดภาวะไตวายเสียแล้ว เช่น การใช้ยากลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เป็นต้น

                8. อาชีพ / อุบัติเหตุ อาชีพบางอย่างอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตได้ เช่น นักมวยอาจถูกต่อย ถูกเตะบริเวณไตจนเกิดอันตรายได้ หรือบางคนทำงานในโรงงานซึ่งได้รับสารพิษต่อไตสะสมยาวนาน ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

          การลดภาวะเสี่ยงเป็นโรคไต

                1.ควบคุมอาหาร ลดอาหารเค็ม เพื่อช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ทั้งยังเป็นการควบคุมความดัน

                2.ลดอาหารที่มีไขมันสูง

                3.งดสูบบุหรี่

                4.ดื่มน้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิปกติมากๆ เพราะการดื่มน้ำไม่มีข้อห้ามใดๆ และดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบำรุงไต ให้ทนทานต่อภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้

                5.หากเป็นเบาหวานก็ต้องคุมน้ำตาล

                6.หากเป็นโรคความดันสูงต้องคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติ

                7.ควบคุมยาที่มีผลกับไต เลี่ยงการกินยาที่เราไม่ทราบสรรพคุณหรือว่ากินยาที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะพวกยาแก้ปวด

          ฉะนั้นใครที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตก็ควรรู้ตัว แต่ความเสี่ยงบางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พันธุกรรม โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน แต่สามารถลดความรุนแรงได้ เช่น โรคที่มีสาเหตุจากพันธุกรรม หากมีคนใดในครอบครัวป่วยเป็นโรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) สมาชิกในครอบครัวที่เหลือควรจะไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวน์คัดกรองแต่เนิ่นๆ รวมทั้งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีการศึกษาว่า ถ้าสามารถควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสและความรุนแรงของโรคแทรกซ้อนได้รวมทั้งโรคไต หากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : periskopi.com, sanook.com, theworldmedicalcenter.com

โรคไตใกล้ตัวกว่าที่คิด

          โรคไตเป็นปัญหาสำคัญและมีจำนวนคนไทยเป็นโรคนี้เพิ่มขึ้น จากการศึกษาโดยสมาคมโรคไต พบว่ามีการเกิดโรคไตเรื้อรังเพิ่มขึ้น เป็นจำนวนหลักล้านคน แต่มีผู้ที่ทำการฟอกไตจริงๆ ในปัจจุบันมีจำนวนไม่ถึงแสนคน ดังนั้นหากจะมาดูที่วิธีป้องกันว่าโรคไตเรื้อรัง เกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง

          ไตทำหน้าที่อะไร ?

               1.กำจัดของเสีย ได้แก่ ยูเรีย ครีเอดินิน

                -   เมื่อร่างกายได้รับสารอาหาร   จะย่อยสลาย นำส่วนที่เป็นประโยชน์ไปใช้   และปล่อยของเสียออกสู่กระแสเลือด   ผ่านมายังไต   และถูกขับออกมากับปัสสาวะ

                -   ขับยา   และสารแปลกปลอมอื่น ๆ

               2.ดูดซึม และเก็บสารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายไว้

                -    สารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จะถูกดูดกลับโดยเซลล์ของหน่วยไต เช่น น้ำ ฟอสเฟต   โปรตีน

               3.รักษาสมดุลน้ำของร่างกาย

                -    ถ้าน้ำมีมากเกินความต้องการของร่างกาย   ไตจะทำหน้าที่ขับน้ำออกมาทางปัสสาวะ

                -    ถ้าอยู่ในภาวะขาดน้ำ ไตจะพยายามสงวนน้ำไว้ให้ร่างกาย   ปัสสาวะจะมีปริมาณน้อยและเข้มข้น

                4. รักษาสมดุลเกลือแร่ของร่างกาย

                -   ไตที่ปกติจะขับเกลือส่วนเกินได้เสมอ   แม้จะรับประทานรสเค็มจัด

                -   แต่ถ้าเสื่อมสมรรถภาพ   ผู้ป่วยจะมีอาการบวมถ้ารับประทานเกลือมากเกินไป

                5.รักษาสมดุลกรดด่างของร่างกาย

                -   ร่างกายจะผลิตกรดทุกวัน จากการเผาผลาญอาหารโปรตีน 

                -   ถ้าไตทำหน้าที่ปกติ   จะไม่มีกรดคั่ง   

                -   ถ้าไตเสื่อมสมรรถภาพ   ร่างกายจะมีปัสสาวะเป็นกรด

               6 .ควบคุมความดันโลหิต

                -   ความดันโลหิตสูง   เกิดจากความผิดปกติในการควบคุมสมดุลน้ำ  และเกลือ  รวมถึงสารบางชนิด

                -   ผู้ป่วยโรคไต  จึงมักมีความดันโลหิตสูง   เพราะไตถูกกระตุ้นให้สร้างสารที่ทำให้ความดันสูง ถ้าความดันโลหิตสูงมาก  ทำให้หัวใจทำงานหนัก หรืออาจเกิดโรคหลอดเลือดสมองตีบ  หรือ  แตก  เป็นอัมพฤกษ์  และอัมพาตได้

               7.สร้างฮอร์โมน

                -   ไต ปกติสามารถสร้างฮอร์โมนได้หลายชนิด เช่น ฮอร์โมนเออริโธรพอยอิติน ( erythropoietin) วิตามินดีชนิด  calcitriol  ทำหน้าที่ช่วยควบคุมการดูดซึมแคลเซี่ยม  

          ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งเสริมให้เป็นโรคไต

                1. พันธุกรรม โรคไตบางชนิดมีสาเหตุจากพันธุกรรม เช่น โรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) ฉะนั้นคนที่มีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นโรคไตก็มีโอกาสสูงที่จะเป็นโรคนี้ได้เช่นกัน โรคไตที่มีสาเหตุจากพันธุกรรมมี 2 แบบ ได้แก่ แบบทารก (Infantile PKD) ซึ่งมักจะเสียชีวิตตั้งแต่เกิด  และแบบผู้ใหญ่ (Adult PKD-ADPKD) ซึ่งมักพบความผิดปกติเมื่ออายุ 20-30 ปีขึ้นไป โดยผู้ป่วยจะมีถุงน้ำที่ไตเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุ ส่งผลให้ไตทำงานน้อยลง เกิดภาวะไตวายและเสียชีวิตในที่สุด

                2. ความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง หากไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติได้ ในระยะยาวจะส่งผลกระทบต่อหัวใจ หลอดเลือด ไต สมอง รวมทั้งไต โดยจะทำให้การทำงานของไตเสื่อมลง ในระยะแรกจะมีโปรตีน หรือนิยมเรียกกันว่า ไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ  หากยังไม่ได้รับการรักษา หรือควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ จะทำให้เกิดภาวะไตวายจนไปถึงภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายได้

                3. โรคเบาหวาน  เป็นสาเหตุของไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายประมาณ 30 %  ผู้ป่วยที่เป็นรคเบาหวาน หากควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีภายในระยะเวลา 10-15 ปี จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ไต โดยเฉพาะที่หลอดเลือดของไต มีโปรตีน หรือไข่ขาว รั่วออกมาในปัสสาวะ จนเกิดภาวะเกิดไตเสื่อม ไตวายเรื้อรัง และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด   นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคเบาหวานยังมีแนวโน้มที่จะติดเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะการติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น กรวยไตอักเสบ ซึ่งถ้าเป็นบ่อยๆ และ/หรือรุนแรง ก็ส่งผลทำให้ไตเสื่อม และเกิดภาวะไตวายได้

                4. ภูมิลำเนา เป็นที่ทราบกันดีว่าในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในไตและทางเดินปัสสาวะมาก สาเหตุอาจเกี่ยวเนื่องจากอาหาร น้ำ และปัจจัยอื่น เพราะฉะนั้นคนที่มีภูมิลำเนาอยู่ในบริเวณนี้ก็จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

                5. ความอ้วน คนอ้วนจะมีเมตาบอลิซึมสูงกว่าคนปกติ เกิดของเสียต่างๆ มากขึ้น ทำให้ไตและอวัยวะอื่นๆ ต้องทำงานหนักขึ้นตามไปด้วย ทั้งหัวใจ ปอด และทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงตามมา ทั้งหมดนี้ส่งผลให้ไตต้องรับภาระมากขึ้นเปรียบเสมือนรถบรรทุกน้ำหนักเกิน เริ่มแรกจะพบโปรตีน หรือไข่ขาว ในปัสสาวะก่อน แล้วต่อมาไตจะเสื่อม หรือเกิดภาวะไตวายได้

                6. อายุ ไตของคนปกติจะเจริญเต็มที่เมื่ออายุประมาณ 2 ปี และจะเริ่มเสื่อมเมื่ออายุ 35 ปี ฉะนั้นสมรรถภาพการทำงานของไตจะเสื่อมไปตามอายุ นอกจากนี้ในชายสูงอายุมีโอกาสสูงที่จะเป็นต่อมลูกหมากโต ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินปัสสาวะ ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงได้ การรับประทานยาและการฉีดยาต่างๆ ที่มีพิษต่อไตจำเป็นต้องลดขนาดลงด้วยมิฉะนั้นอาจทำให้เกิดไตวายได้

                7. ยาและอาหาร  ยาหลายชนิดและอาหารบางประเภทมีพิษต่อไต ถ้าเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง ถ้าจำเป็นต้องใช้ก็ต้องปรับขนาดของยาให้พอเหมาะและหมั่นติดตามการทำงานของไตอย่างใกล้ชิด มิฉะนั้นกว่าจะรู้ตัวก็เกิดภาวะไตวายเสียแล้ว เช่น การใช้ยากลุ่ม NSAIDs เป็นประจำ เป็นต้น

                8. อาชีพ / อุบัติเหตุ อาชีพบางอย่างอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไตได้ เช่น นักมวยอาจถูกต่อย ถูกเตะบริเวณไตจนเกิดอันตรายได้ หรือบางคนทำงานในโรงงานซึ่งได้รับสารพิษต่อไตสะสมยาวนาน ก็เสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้

          การลดภาวะเสี่ยงเป็นโรคไต

                1.ควบคุมอาหาร ลดอาหารเค็ม เพื่อช่วยไม่ให้ไตทำงานหนัก ทั้งยังเป็นการควบคุมความดัน

                2.ลดอาหารที่มีไขมันสูง

                3.งดสูบบุหรี่

                4.ดื่มน้ำเปล่าที่มีอุณหภูมิปกติมากๆ เพราะการดื่มน้ำไม่มีข้อห้ามใดๆ และดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการบำรุงไต ให้ทนทานต่อภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้

                5.หากเป็นเบาหวานก็ต้องคุมน้ำตาล

                6.หากเป็นโรคความดันสูงต้องคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติ

                7.ควบคุมยาที่มีผลกับไต เลี่ยงการกินยาที่เราไม่ทราบสรรพคุณหรือว่ากินยาที่ไม่จำเป็นโดยเฉพาะพวกยาแก้ปวด

          ฉะนั้นใครที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตก็ควรรู้ตัว แต่ความเสี่ยงบางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น พันธุกรรม โรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน แต่สามารถลดความรุนแรงได้ เช่น โรคที่มีสาเหตุจากพันธุกรรม หากมีคนใดในครอบครัวป่วยเป็นโรคไตเป็นถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease) สมาชิกในครอบครัวที่เหลือควรจะไปพบแพทย์เพื่ออัลตราซาวน์คัดกรองแต่เนิ่นๆ รวมทั้งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน มีการศึกษาว่า ถ้าสามารถควบคุมความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสและความรุนแรงของโรคแทรกซ้อนได้รวมทั้งโรคไต หากทราบว่าตนเองมีความเสี่ยงแล้ว ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อหาแนวทางในการรักษา

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค
เพิ่มเติม : periskopi.com, sanook.com, theworldmedicalcenter.com