สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ

สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ

          "แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing Fasciitis” เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยแบคทีเรียที่พบบ่อย 2 ชนิด คือ Streptococcus pyogenes กับ Staphylococcus aureus   โดยการติดเชื้อ มีสาเหตุมาจากการทีร่างกายหรืออวัยวะมีบาดแผล อาจจะจากอุบัติเหตุ เกิดแผลที่ผิวหนัง แมลงต่อย ยุงกัด และดูแลแผลไม่สะอาด ทำให้แผลลุกลาม จนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื้อใต้ผิวหนัง อาทิ ไขมันใต้ผิวหนัง พังผืด และกล้ามเนื้อ จะมีความรุนแรงมากและอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทัน

 

การติดเชื้อ

          เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ   เมื่อเชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อ เชื้อดังกล่าวสามารถลุกลาม เข้าไปชั้นลึกใต้ผิวหนังได้ ลามจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ไขมัน และกระดูก โดยผ่านทางแผลที่ผิวหนัง และเจริญอย่างรวดเร็วและหลั่งสารพิษ (Toxin) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ มีผลทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นไม่พอทำให้กล้ามเนื้อตาย และเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้อาการรุนแรงได้ กลายเป็นติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด


อาการของการติดเชื้อ

               1. ไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อ ออก เป็นลม ช๊อคหมดหมดสติ

               2. อาการของโรคแบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรค

               3 .อาการของโรควันที่ 1-2 มีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง ลักษณะจะคล้ายกับผิวหนังอักเสบหรือไฟลามทุ่ง แต่โรคเนื้อเน่าเกิดในชั้นลึกกว่านั้นซึ่งมองไม่เห็น อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการทางผิวหนังที่ตรวจพบ ไม่ตอบสนองต่อยาปฎิชีวนะ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัวหัวใจเต้นเร็ว มีลักษณะอาการขาดน้ำ

               4. อาการของโรควันที่ 2-4  พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง มีผื่นผุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดออก ผิวมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย เมื่อกดผิวจะพบว่าแข็งไม่สามารถคลำขอบของกล้ามเนื้อได้ อาจจะคลำได้กรอบแกรบใต้ผิวหนัง เนื่องจากเกิดแก๊สใต้ผิวหนัง

               5. อาการของโรควันที่ 4-5 จะมีความดันโลหิตต่ำ และมีภาวะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว

               6. เมื่อเชื้อลามไปใต้ผิวหนัง อาจลุกลามไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เนื้อเน่าตาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ หรือที่รู้จักกันในภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ และสมอง ทำงานบกพร่อง

การรักษา

               1. ให้ยาปฏิชีวนะ อย่างน้อย 7-14 วัน และแพทย์จะส่งหนองและสารคัดหลั่งเพาะเชื้อไปตรวจ พร้อมกับปรับระดับยาตามเชื้อ

               2. กรณีต่อไปคือตัดเนื้อตาย เพื่อไม่ให้ลุกลาม ผู้ป่วยที่มารักษาช้าและแผลขนาดใหญ่

               3. แต่หากมีโรคประจำตัวด้วย อาจจะต้องตัดอวัยวะได้ เช่น นิ้ว แขน ขา มือ จากนั้นค่อยทำทำแผล

 

การป้องกันโรค

- รีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีหากเกิดแผล รักษาแผลให้สะอาด และใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด

- หลีกเลี่ยงการใช้สระน้ำ และอ่างอาบน้ำร่วมกันระหว่างที่มีแผล

- ล้างมือทุกครั้งก่อนแหละหลังสัมผัสแผลบริเวณที่ติดเชื้อได้ง่าย

- ถ้าเกิดอาการบวมแดง อักเสบมาก ต้องรีบมาพบแพทย์

- โรคเนื้อเน่าเกิดกับส่วนใดๆของร่างกายก็ได้ แต่พบบ่อยที่แขน / ขา บริเวณฝีเย็บและลำตัว

- มักจะมีประวัติได้รับอุบัติเหตุ ไปเที่ยวทะเลถูกก้างปลาตำ

 

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้อเน่าได้แก่

- ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด

- อาจเกิดหลังจากป่วยเป็นโรค

- ไข้สุกใสมีการใช้ยา Steroid

          โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค ต้องดูแลแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายและอวัยวะต่างๆ เป็นพิเศษ

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

เพิ่มเติม : rajavithi.go.th, vibhavadi.com, healthhype.com, infectiousdiseaseadvisor.com

สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ

          "แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing Fasciitis” เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยแบคทีเรียที่พบบ่อย 2 ชนิด คือ Streptococcus pyogenes กับ Staphylococcus aureus   โดยการติดเชื้อ มีสาเหตุมาจากการทีร่างกายหรืออวัยวะมีบาดแผล อาจจะจากอุบัติเหตุ เกิดแผลที่ผิวหนัง แมลงต่อย ยุงกัด และดูแลแผลไม่สะอาด ทำให้แผลลุกลาม จนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื้อใต้ผิวหนัง อาทิ ไขมันใต้ผิวหนัง พังผืด และกล้ามเนื้อ จะมีความรุนแรงมากและอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทัน

 

การติดเชื้อ

          เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ   เมื่อเชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อ เชื้อดังกล่าวสามารถลุกลาม เข้าไปชั้นลึกใต้ผิวหนังได้ ลามจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ไขมัน และกระดูก โดยผ่านทางแผลที่ผิวหนัง และเจริญอย่างรวดเร็วและหลั่งสารพิษ (Toxin) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ มีผลทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นไม่พอทำให้กล้ามเนื้อตาย และเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้อาการรุนแรงได้ กลายเป็นติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด


อาการของการติดเชื้อ

               1. ไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อ ออก เป็นลม ช๊อคหมดหมดสติ

               2. อาการของโรคแบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรค

               3 .อาการของโรควันที่ 1-2 มีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง ลักษณะจะคล้ายกับผิวหนังอักเสบหรือไฟลามทุ่ง แต่โรคเนื้อเน่าเกิดในชั้นลึกกว่านั้นซึ่งมองไม่เห็น อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการทางผิวหนังที่ตรวจพบ ไม่ตอบสนองต่อยาปฎิชีวนะ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัวหัวใจเต้นเร็ว มีลักษณะอาการขาดน้ำ

               4. อาการของโรควันที่ 2-4  พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง มีผื่นผุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดออก ผิวมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย เมื่อกดผิวจะพบว่าแข็งไม่สามารถคลำขอบของกล้ามเนื้อได้ อาจจะคลำได้กรอบแกรบใต้ผิวหนัง เนื่องจากเกิดแก๊สใต้ผิวหนัง

               5. อาการของโรควันที่ 4-5 จะมีความดันโลหิตต่ำ และมีภาวะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว

               6. เมื่อเชื้อลามไปใต้ผิวหนัง อาจลุกลามไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เนื้อเน่าตาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ หรือที่รู้จักกันในภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ และสมอง ทำงานบกพร่อง

การรักษา

               1. ให้ยาปฏิชีวนะ อย่างน้อย 7-14 วัน และแพทย์จะส่งหนองและสารคัดหลั่งเพาะเชื้อไปตรวจ พร้อมกับปรับระดับยาตามเชื้อ

               2. กรณีต่อไปคือตัดเนื้อตาย เพื่อไม่ให้ลุกลาม ผู้ป่วยที่มารักษาช้าและแผลขนาดใหญ่

               3. แต่หากมีโรคประจำตัวด้วย อาจจะต้องตัดอวัยวะได้ เช่น นิ้ว แขน ขา มือ จากนั้นค่อยทำทำแผล

 

การป้องกันโรค

- รีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีหากเกิดแผล รักษาแผลให้สะอาด และใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด

- หลีกเลี่ยงการใช้สระน้ำ และอ่างอาบน้ำร่วมกันระหว่างที่มีแผล

- ล้างมือทุกครั้งก่อนแหละหลังสัมผัสแผลบริเวณที่ติดเชื้อได้ง่าย

- ถ้าเกิดอาการบวมแดง อักเสบมาก ต้องรีบมาพบแพทย์

- โรคเนื้อเน่าเกิดกับส่วนใดๆของร่างกายก็ได้ แต่พบบ่อยที่แขน / ขา บริเวณฝีเย็บและลำตัว

- มักจะมีประวัติได้รับอุบัติเหตุ ไปเที่ยวทะเลถูกก้างปลาตำ

 

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้อเน่าได้แก่

- ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด

- อาจเกิดหลังจากป่วยเป็นโรค

- ไข้สุกใสมีการใช้ยา Steroid

          โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค ต้องดูแลแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายและอวัยวะต่างๆ เป็นพิเศษ

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

เพิ่มเติม : rajavithi.go.th, vibhavadi.com, healthhype.com, infectiousdiseaseadvisor.com

สิ่งเล็ก ๆ ที่ชอบกินเนื้อ

          "แบคทีเรียกินเนื้อคน หรือโรคเนื้อเน่า Necrotizing Fasciitis” เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อยู่ตามสิ่งแวดล้อมทั่วไป โดยแบคทีเรียที่พบบ่อย 2 ชนิด คือ Streptococcus pyogenes กับ Staphylococcus aureus   โดยการติดเชื้อ มีสาเหตุมาจากการทีร่างกายหรืออวัยวะมีบาดแผล อาจจะจากอุบัติเหตุ เกิดแผลที่ผิวหนัง แมลงต่อย ยุงกัด และดูแลแผลไม่สะอาด ทำให้แผลลุกลาม จนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่เนื้อเยื้อใต้ผิวหนัง อาทิ ไขมันใต้ผิวหนัง พังผืด และกล้ามเนื้อ จะมีความรุนแรงมากและอันตรายถึงชีวิตหากรักษาไม่ทัน

 

การติดเชื้อ

          เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ   เมื่อเชื้อเข้าสู่เนื้อเยื่อ เชื้อดังกล่าวสามารถลุกลาม เข้าไปชั้นลึกใต้ผิวหนังได้ ลามจนถึงชั้นกล้ามเนื้อ ไขมัน และกระดูก โดยผ่านทางแผลที่ผิวหนัง และเจริญอย่างรวดเร็วและหลั่งสารพิษ (Toxin) ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายเนื้อเยื่อ มีผลทำให้เลือดมาเลี้ยงบริเวณนั้นไม่พอทำให้กล้ามเนื้อตาย และเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้อาการรุนแรงได้ กลายเป็นติดเชื้อแบคทีเรียในกระแสเลือด


อาการของการติดเชื้อ

               1. ไข้สูง หนาวสั่น คลื่นไส้อาเจียน เหงื่อ ออก เป็นลม ช๊อคหมดหมดสติ

               2. อาการของโรคแบ่งตามระยะเวลาที่เกิดโรค

               3 .อาการของโรควันที่ 1-2 มีอาการปวดบริเวณที่เกิดโรค บวม และแดง ลักษณะจะคล้ายกับผิวหนังอักเสบหรือไฟลามทุ่ง แต่โรคเนื้อเน่าเกิดในชั้นลึกกว่านั้นซึ่งมองไม่เห็น อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้นซึ่งไม่สอดคล้องกับอาการทางผิวหนังที่ตรวจพบ ไม่ตอบสนองต่อยาปฎิชีวนะ ผู้ที่เป็นโรคนี้จะมีอาการไข้ ครั่นเนื้อครั่นตัวหัวใจเต้นเร็ว มีลักษณะอาการขาดน้ำ

               4. อาการของโรควันที่ 2-4  พบว่าบริเวณที่บวมจะกว้างกว่าบริเวณผิวหนังที่แดง มีผื่นผุพองซึ่งบ่งบอกว่าผิวหนังขาดเลือด และมีเลือดออก ผิวมีสีออกคล้ำเนื่องจากผิวหนังเริ่มตาย เมื่อกดผิวจะพบว่าแข็งไม่สามารถคลำขอบของกล้ามเนื้อได้ อาจจะคลำได้กรอบแกรบใต้ผิวหนัง เนื่องจากเกิดแก๊สใต้ผิวหนัง

               5. อาการของโรควันที่ 4-5 จะมีความดันโลหิตต่ำ และมีภาวะโลหิตเป็นพิษ ผู้ป่วยจะไม่ค่อยรู้สึกตัว

               6. เมื่อเชื้อลามไปใต้ผิวหนัง อาจลุกลามไปถึงชั้นกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อต่างๆ ทำให้เนื้อเน่าตาย เป็นสาเหตุการเสียชีวิตได้ หรือที่รู้จักกันในภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด อวัยวะต่างๆ เช่น ไต ตับ และสมอง ทำงานบกพร่อง

การรักษา

               1. ให้ยาปฏิชีวนะ อย่างน้อย 7-14 วัน และแพทย์จะส่งหนองและสารคัดหลั่งเพาะเชื้อไปตรวจ พร้อมกับปรับระดับยาตามเชื้อ

               2. กรณีต่อไปคือตัดเนื้อตาย เพื่อไม่ให้ลุกลาม ผู้ป่วยที่มารักษาช้าและแผลขนาดใหญ่

               3. แต่หากมีโรคประจำตัวด้วย อาจจะต้องตัดอวัยวะได้ เช่น นิ้ว แขน ขา มือ จากนั้นค่อยทำทำแผล

 

การป้องกันโรค

- รีบทำความสะอาดแผลด้วยน้ำสะอาดทันทีหากเกิดแผล รักษาแผลให้สะอาด และใช้อุปกรณ์ทำแผลที่สะอาด

- หลีกเลี่ยงการใช้สระน้ำ และอ่างอาบน้ำร่วมกันระหว่างที่มีแผล

- ล้างมือทุกครั้งก่อนแหละหลังสัมผัสแผลบริเวณที่ติดเชื้อได้ง่าย

- ถ้าเกิดอาการบวมแดง อักเสบมาก ต้องรีบมาพบแพทย์

- โรคเนื้อเน่าเกิดกับส่วนใดๆของร่างกายก็ได้ แต่พบบ่อยที่แขน / ขา บริเวณฝีเย็บและลำตัว

- มักจะมีประวัติได้รับอุบัติเหตุ ไปเที่ยวทะเลถูกก้างปลาตำ

 

 

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเนื้อเน่าได้แก่

- ผิวหนังมีแผลจากแมลงกัดต่อย อุบัติเหตุถูกของมีคมตำหรือบาด แผลผ่าตัด

- อาจเกิดหลังจากป่วยเป็นโรค

- ไข้สุกใสมีการใช้ยา Steroid

          โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เช่น ติดสุรา ติดยาเสพติด โรคตับ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง วัณโรค ต้องดูแลแผลที่เกิดขึ้นตามร่างกายและอวัยวะต่างๆ เป็นพิเศษ

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

เพิ่มเติม : rajavithi.go.th, vibhavadi.com, healthhype.com, infectiousdiseaseadvisor.com