ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (atrial fibrillation หรือ AF หรือ A-Fib) คือความผิดปกติของหัวใจจากการสูบฉีดเลือดของหัวใจ ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้จะมีการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที ภาวะการเต้นผิดจังหวะของหัวใจที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 2 ในกลุ่มประชากรทั่วไป ยิ่งอายุเยอะโอกาสที่จะเกิดอาการยิ่งมากขึ้น และยังไปสอดคล้องกับโรคหัวใจชนิดอื่นอีกด้วย โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจชนิดอื่นจะพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วแทรกมาด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น

     “ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพได้ เนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดผิดปกติ เลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ทั้งนี้อาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้สำหรับผู้ที่อาการยังไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้าเป็นรุนแรงควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามแพทย์สั่ง

อาการของโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

     2. มีอาการใจสั่น

     3. เวียนหัว มึน หน้ามืดบ่อย

     4. หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก

     5. หายใจถี่

สาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     สาเหตุที่สำคัญเกิดจากระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของการทำงานหัวใจห้องบนมีการบีบรัดไม่สมดุล ไม่เป็นจังหวะหรือจังหวะเพี้ยน จนทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของผนังหัวใจในที่สุด ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     พันธุกรรม การผิดปกติตั้งแต่ระดับพันธุกรรมทำให้เกิดความเสี่ยงที่ต่อการเกิดโรคนี้ได้

โดยจะทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของการเต้นของหัวใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

     อายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไป มีโอกาสจะเกิดอาการดังกล่าวขึ้นได้หากร่างกายไม่แข็งแรง

โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว มีโอกาสสูงที่จะเป็นภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เนื่องจากหัวใจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ บางครั้งอาจกระทบคลื่นไฟฟ้าใจหัวใจได้ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจจากการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้ด้วย

     โรคอื่นๆที่มีส่วน โรคที่ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอดอักเสบ การติดเชื้อไวรัสต่างๆ โรคหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น

     การใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำประจำทุกวันอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ การสูบบุหรี่ การใช้ยาเสพติด การมีน้ำหนักตัวมาก มีความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้และจะนำไปสู่ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     1. การใช้ยา โดยยาที่แพทย์ใช้จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ยาละลายลื่มเลือด ซึ่งแพทย์จะวิเคราะห์จากผลการตรวจอย่างละเอียดแล้วเลือกประเภทของยาให้เหมาะกับอาการที่ผู้ป่วยรายนั้นๆเป็น

     2. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เป็นการใช้คลื่นไฟฟ้าในปริมาณที่แพทย์กำหนดมากระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงานปกติ วิธีนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอย่างมาก แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อนรับการรักษาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ และให้ยาต่อหลังจากรับการรักษาอีก 4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองตีบ หลังจากรักษาสำเร็จปพทย์อาจพิจารณาให้หยุดใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือ ให้ใช้ยาต่อเนื่องขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

     3. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องจะถูกฝั่งไว้บริเวณไหปลาร้า อุปกรณ์มีขนาดเล็กมาก เครื่องกระตุ้นหัวใจจะช่วยให้การเต้นของหัวใจกลับมาเต้นปกติอีกครั้ง โดยปกติวิธีการรักษานี้จะใช้กันในผู้ป่วยอายุเยอะมากๆ ใช้วิธีรักษาอื่นอาจจะไม่หายขาด

     4. การผ่าตัด แพทย์จะทำการสอดสายเข้าไปเพื่อจี้กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ผิดปกติเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อส่วนที่ทำงานผิดปกติ ในการรักษาจะต้องใช้ยาสลบและใช้เวลาประมาณ 3 ชั่งโมง

 

การป้องกันภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     โรคนี้ไม่สามารถป้องได้แต่ลดความเสี่ยงที่จะเป็นได้ เพียงดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า เลิกยาเสพติด ปัจจัยเหล่านี้นอกจากจะส่งผลต่อความผิดปกติของหัวใจแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นโรคอะไรหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรหรือไม่ จะได้รักษาตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปโรคอื่นๆ

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (atrial fibrillation หรือ AF หรือ A-Fib) คือความผิดปกติของหัวใจจากการสูบฉีดเลือดของหัวใน ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้จะมีการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที ภาวะการเต้นผิดจังหวะของหัวใจที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 2 ในกลุ่มประชากรทั่วไป ยิ่งอายุเยอะโอกาสที่จะเกิดอาการยิ่งมากขึ้น และยังไปสอดคล้องกับโรคหัวใจชนิดอื่นอีกด้วย โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจชนิดอื่นจะพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วแทรกมาด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น

     “ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพได้ เนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดผิดปกติ เลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ทั้งนี้อาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้สำหรับผู้ที่อาการยังไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้าเป็นรุนแรงควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามแพทย์สั่ง

อาการของโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

     2. มีอาการใจสั่น

     3. เวียนหัว มึน หน้ามืดบ่อย

     4. หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก

     5. หายใจถี่

สาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     สาเหตุที่สำคัญเกิดจากระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของการทำงานหัวใจห้องบนมีการบีบรัดไม่สมดุล ไม่เป็นจังหวะหรือจังหวะเพี้ยน จนทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของผนังหัวใจในที่สุด ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     พันธุกรรม การผิดปกติตั้งแต่ระดับพันธุกรรมทำให้เกิดความเสี่ยงที่ต่อการเกิดโรคนี้ได้

โดยจะทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของการเต้นของหัวใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

     อายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไป มีโอกาสจะเกิดอาการดังกล่าวขึ้นได้หากร่างกายไม่แข็งแรง

โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว มีโอกาสสูงที่จะเป็นภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เนื่องจากหัวใจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ บางครั้งอาจกระทบคลื่นไฟฟ้าใจหัวใจได้ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจจากการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้ด้วย

     โรคอื่นๆที่มีส่วน โรคที่ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอดอักเสบ การติดเชื้อไวรัสต่างๆ โรคหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น

     การใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำประจำทุกวันอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ การสูบบุหรี่ การใช้ยาเสพติด การมีน้ำหนักตัวมาก มีความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้และจะนำไปสู่ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     1. การใช้ยา โดยยาที่แพทย์ใช้จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ยาละลายลื่มเลือด ซึ่งแพทย์จะวิเคราะห์จากผลการตรวจอย่างละเอียดแล้วเลือกประเภทของยาให้เหมาะกับอาการที่ผู้ป่วยรายนั้นๆเป็น

     2. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เป็นการใช้คลื่นไฟฟ้าในปริมาณที่แพทย์กำหนดมากระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงานปกติ วิธีนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอย่างมาก แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อนรับการรักษาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ และให้ยาต่อหลังจากรับการรักษาอีก 4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองตีบ หลังจากรักษาสำเร็จปพทย์อาจพิจารณาให้หยุดใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือ ให้ใช้ยาต่อเนื่องขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

     3. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องจะถูกฝั่งไว้บริเวณไหปลาร้า อุปกรณ์มีขนาดเล็กมาก เครื่องกระตุ้นหัวใจจะช่วยให้การเต้นของหัวใจกลับมาเต้นปกติอีกครั้ง โดยปกติวิธีการรักษานี้จะใช้กันในผู้ป่วยอายุเยอะมากๆ ใช้วิธีรักษาอื่นอาจจะไม่หายขาด

     4. การผ่าตัด แพทย์จะทำการสอดสายเข้าไปเพื่อจี้กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ผิดปกติเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อส่วนที่ทำงานผิดปกติ ในการรักษาจะต้องใช้ยาสลบและใช้เวลาประมาณ 3 ชั่งโมง

 

การป้องกันภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     โรคนี้ไม่สามารถป้องได้แต่ลดความเสี่ยงที่จะเป็นได้ เพียงดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า เลิกยาเสพติด ปัจจัยเหล่านี้นอกจากจะส่งผลต่อความผิดปกติของหัวใจแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นโรคอะไรหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรหรือไม่ จะได้รักษาตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปโรคอื่นๆ

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว (atrial fibrillation หรือ AF หรือ A-Fib) คือความผิดปกติของหัวใจจากการสูบฉีดเลือดของหัวใน ในผู้ป่วยที่มีภาวะนี้จะมีการเต้นของหัวใจมากกว่า 100 ครั้งต่อนาที ภาวะการเต้นผิดจังหวะของหัวใจที่พบมากที่สุดถึงร้อยละ 2 ในกลุ่มประชากรทั่วไป ยิ่งอายุเยอะโอกาสที่จะเกิดอาการยิ่งมากขึ้น และยังไปสอดคล้องกับโรคหัวใจชนิดอื่นอีกด้วย โดยผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจชนิดอื่นจะพบภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วแทรกมาด้วย เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจผิดปกติ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ เป็นต้น

     “ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพได้ เนื่องจากหัวใจสูบฉีดเลือดผิดปกติ เลือดที่ไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายไม่เพียงพอต่อความจำเป็น ทั้งนี้อาการดังกล่าวสามารถรักษาให้หายได้สำหรับผู้ที่อาการยังไม่รุนแรงมากนัก แต่ถ้าเป็นรุนแรงควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาตามแพทย์สั่ง

อาการของโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     1. อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย

     2. มีอาการใจสั่น

     3. เวียนหัว มึน หน้ามืดบ่อย

     4. หายใจไม่ออก เจ็บหน้าอก

     5. หายใจถี่

สาเหตุของภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     สาเหตุที่สำคัญเกิดจากระบบไฟฟ้าหัวใจทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการทำงานที่ผิดปกติของการทำงานหัวใจห้องบนมีการบีบรัดไม่สมดุล ไม่เป็นจังหวะหรือจังหวะเพี้ยน จนทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของผนังหัวใจในที่สุด ปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว

     พันธุกรรม การผิดปกติตั้งแต่ระดับพันธุกรรมทำให้เกิดความเสี่ยงที่ต่อการเกิดโรคนี้ได้

โดยจะทำให้มีโอกาสเกิดความผิดปกติของการเต้นของหัวใจได้ง่ายกว่าคนทั่วไป

     อายุ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 50-60 ปีขึ้นไป มีโอกาสจะเกิดอาการดังกล่าวขึ้นได้หากร่างกายไม่แข็งแรง

โรคหัวใจ ผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจอื่นๆอยู่ก่อนแล้ว มีโอกาสสูงที่จะเป็นภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เนื่องจากหัวใจทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ บางครั้งอาจกระทบคลื่นไฟฟ้าใจหัวใจได้ ผู้ที่ได้รับการผ่าตัดหัวใจจากการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้ด้วย

     โรคอื่นๆที่มีส่วน โรคที่ส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้ว เช่น โรคอ้วน โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอดอักเสบ การติดเชื้อไวรัสต่างๆ โรคหยุดหายใจขณะหลับ เป็นต้น

     การใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำประจำทุกวันอาจเป็นการกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้เช่น การดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีนสูง ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ การสูบบุหรี่ การใช้ยาเสพติด การมีน้ำหนักตัวมาก มีความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้สามารถกระตุ้นให้เกิดความผิดปกติของหัวใจได้และจะนำไปสู่ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพริ้วได้

การรักษาภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     1. การใช้ยา โดยยาที่แพทย์ใช้จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ ได้แก่ ยาควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจ ยาควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ ยาละลายลื่มเลือด ซึ่งแพทย์จะวิเคราะห์จากผลการตรวจอย่างละเอียดแล้วเลือกประเภทของยาให้เหมาะกับอาการที่ผู้ป่วยรายนั้นๆเป็น

     2. การกระตุ้นด้วยไฟฟ้า เป็นการใช้คลื่นไฟฟ้าในปริมาณที่แพทย์กำหนดมากระตุ้นหัวใจให้กลับมาทำงานปกติ วิธีนี้จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น ซึ่งการรักษาด้วยวิธีนี้เสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอย่างมาก แพทย์จะให้ยาละลายลิ่มเลือดก่อนรับการรักษาอย่างน้อย 3-4 สัปดาห์ และให้ยาต่อหลังจากรับการรักษาอีก 4 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดในสมองตีบ หลังจากรักษาสำเร็จปพทย์อาจพิจารณาให้หยุดใช้ยาละลายลิ่มเลือด หรือ ให้ใช้ยาต่อเนื่องขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

     3. การใส่เครื่องกระตุ้นหัวใจ เครื่องจะถูกฝั่งไว้บริเวณไหปลาร้า อุปกรณ์มีขนาดเล็กมาก เครื่องกระตุ้นหัวใจจะช่วยให้การเต้นของหัวใจกลับมาเต้นปกติอีกครั้ง โดยปกติวิธีการรักษานี้จะใช้กันในผู้ป่วยอายุเยอะมากๆ ใช้วิธีรักษาอื่นอาจจะไม่หายขาด

     4. การผ่าตัด แพทย์จะทำการสอดสายเข้าไปเพื่อจี้กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่ผิดปกติเพื่อกำจัดเนื้อเยื่อส่วนที่ทำงานผิดปกติ ในการรักษาจะต้องใช้ยาสลบและใช้เวลาประมาณ 3 ชั่งโมง

 

การป้องกันภาวะหัวใจห้องบนเต้นสั่นพริ้ว

     โรคนี้ไม่สามารถป้องได้แต่ลดความเสี่ยงที่จะเป็นได้ เพียงดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนจนเกินไป เลิกบุหรี่ เลิกเหล้า เลิกยาเสพติด ปัจจัยเหล่านี้นอกจากจะส่งผลต่อความผิดปกติของหัวใจแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมอีกด้วย ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อที่จะได้รู้ว่าเป็นโรคอะไรหรือมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอะไรหรือไม่ จะได้รักษาตั้งแต่อาการยังไม่รุนแรงเพื่อไม่ให้ลุกลามไปโรคอื่นๆ

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค