มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก มะเร็งปากมดลูก

มะเร็งปากมดลูก

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความอันตรายรุนแรงถึงชีวิต หากตรวจพบตั้งแต่ระยะที่ 1 มีโอกาสรักษาหายถึง 90% การไปตรวจมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลควรไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ยิ่งผู้หญิงที่อยู่ในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง มีโอกาสจะเป็นแล้วไม่รู้ตัวว่าเป็น จนมะเร็งเริ่มลุกรามเข้าสู่ระยะที่ 2, 3 และ 4 ถึงตอนนั้นอาจสายไปสำหรับการรับการรักษาจนหายขาดได้

“โรคมะเร็งปากมดลูก” จะพบมากในผู้หญิงที่มีช่วงอายุ 35-60 ปี ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV (Human Papilloma Virus) หากมีการติดเชื้อดังกล่าวจะทำให้เกิดการแปลงเปลี่ยนบริเวณปากมดลูก อาจใช้เวลาในการก่อโรคนานถึง 15 ปี หรือใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะไปตรวจภายในประจำปีเพื่อให้ทันต่อการรักษาได้ทันท่วงที

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

1. เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยหรือมีคู่นอนหลายคน

2. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเด็ก (อายุน้อยกว่า 18 ปี)

3.  มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

4.  กินยาคุมนานเกิน 5 ปี ทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น

5.  ผู้ที่คลอดลูก 4-5 ครั้งขึ้นไป มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า

6.  ดื่มสุราและสูบบุหรี่ หรือ ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบรอบข้าง

อาการของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก

ในระยะแรก 80-90 % ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะมีอาการตกเลือด โดยเลือกจะออกมามกะปริบกะปรอยในระหว่างที่เป็นประจำเดือน ซึ่งส่วนมากจะปนมากกับประจำเดือนจนคนส่วนใหญ่ไม่ทันได้สังเกตุถึงความผิดแปลกของร่างกาย หรือ มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดนที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน  หรือ เลือดออกปนมากับตกขาว ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ หรือมีหนองปนออกมาด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในก่อนที่จะลุกลามจนยากต่อการรักษา

หากมีอาการข้างต้นแล้วไม่ได้การตรวจรักษา อาจทำให้เข้าสู่ขั้นลุกลามได้ โดยจะมีอาการ ปวดหลังรุนแรง ขาบวม ปวดก้นกบ ปวดต้นขา ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้

ถึงจะเป็นโรคที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้เป็นได้ดังนี้

1. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง

2. ตรวจภายในประจำปี ตรวจหาเชื้อ HPV เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที

3. หากตรวจพบเซลล์ผิดปกติหรือก้อนเนื้อ สามารถตรวจเนื้อเยื่อว่าเป็นก้อนเนื้อดีหรือร้าย อยู่ในระยะไหน เพื่อจะได้รักษาก่อนที่จะลุกลาม

4. หากตรวจพบเนื้อเยื่อที่ผิดปกติระยะก่อนที่จะเป็นมะเร็งก็จะสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการรักษาจะไม่สูงมาก รีบรักษาก่อนที่เนื้อเยื่อนั้นจะกลายเป็นมะเร็ง

 

แม้มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อปากมดลูก หลังจากได้รับการรักษาแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันจะสามารถป้องกันการกลับมาเป็นอีกได้ถึง 70 % การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน กินแแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยยืดอายุให้เราอยู่กับครอบครัวไปได้อีกนาน

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

 

มะเร็งปากมดลูก

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความอันตรายรุนแรงถึงชีวิต หากตรวจพบตั้งแต่ระยะที่ 1 มีโอกาสรักษาหายถึง 90% การไปตรวจมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลควรไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ยิ่งผู้หญิงที่อยู่ในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง มีโอกาสจะเป็นแล้วไม่รู้ตัวว่าเป็น จนมะเร็งเริ่มลุกรามเข้าสู่ระยะที่ 2, 3 และ 4 ถึงตอนนั้นอาจสายไปสำหรับการรับการรักษาจนหายขาดได้

“โรคมะเร็งปากมดลูก” จะพบมากในผู้หญิงที่มีช่วงอายุ 35-60 ปี ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV (Human Papilloma Virus) หากมีการติดเชื้อดังกล่าวจะทำให้เกิดการแปลงเปลี่ยนบริเวณปากมดลูก อาจใช้เวลาในการก่อโรคนานถึง 15 ปี หรือใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะไปตรวจภายในประจำปีเพื่อให้ทันต่อการรักษาได้ทันท่วงที

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

1. เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยหรือมีคู่นอนหลายคน

2. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเด็ก (อายุน้อยกว่า 18 ปี)

3.  มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

4.  กินยาคุมนานเกิน 5 ปี ทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น

5.  ผู้ที่คลอดลูก 4-5 ครั้งขึ้นไป มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า

6.  ดื่มสุราและสูบบุหรี่ หรือ ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบรอบข้าง

อาการของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก

ในระยะแรก 80-90 % ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะมีอาการตกเลือด โดยเลือกจะออกมามกะปริบกะปรอยในระหว่างที่เป็นประจำเดือน ซึ่งส่วนมากจะปนมากกับประจำเดือนจนคนส่วนใหญ่ไม่ทันได้สังเกตุถึงความผิดแปลกของร่างกาย หรือ มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดนที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน  หรือ เลือดออกปนมากับตกขาว ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ หรือมีหนองปนออกมาด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในก่อนที่จะลุกลามจนยากต่อการรักษา

หากมีอาการข้างต้นแล้วไม่ได้การตรวจรักษา อาจทำให้เข้าสู่ขั้นลุกลามได้ โดยจะมีอาการ ปวดหลังรุนแรง ขาบวม ปวดก้นกบ ปวดต้นขา ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้

ถึงจะเป็นโรคที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้เป็นได้ดังนี้

1. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง

2. ตรวจภายในประจำปี ตรวจหาเชื้อ HPV เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที

3. หากตรวจพบเซลล์ผิดปกติหรือก้อนเนื้อ สามารถตรวจเนื้อเยื่อว่าเป็นก้อนเนื้อดีหรือร้าย อยู่ในระยะไหน เพื่อจะได้รักษาก่อนที่จะลุกลาม

4. หากตรวจพบเนื้อเยื่อที่ผิดปกติระยะก่อนที่จะเป็นมะเร็งก็จะสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการรักษาจะไม่สูงมาก รีบรักษาก่อนที่เนื้อเยื่อนั้นจะกลายเป็นมะเร็ง

 

แม้มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อปากมดลูก หลังจากได้รับการรักษาแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันจะสามารถป้องกันการกลับมาเป็นอีกได้ถึง 70 % การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน กินแแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยยืดอายุให้เราอยู่กับครอบครัวไปได้อีกนาน

 

มะเร็งปากมดลูก

 

มะเร็งปากมดลูกเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความอันตรายรุนแรงถึงชีวิต หากตรวจพบตั้งแต่ระยะที่ 1 มีโอกาสรักษาหายถึง 90% การไปตรวจมะเร็งปากมดลูกที่โรงพยาบาลควรไปอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ยิ่งผู้หญิงที่อยู่ในชนบทหรือพื้นที่ห่างไกลที่ไม่ได้รับการบริการทางด้านสาธารณสุขอย่างทั่วถึง มีโอกาสจะเป็นแล้วไม่รู้ตัวว่าเป็น จนมะเร็งเริ่มลุกรามเข้าสู่ระยะที่ 2, 3 และ 4 ถึงตอนนั้นอาจสายไปสำหรับการรับการรักษาจนหายขาดได้

“โรคมะเร็งปากมดลูก” จะพบมากในผู้หญิงที่มีช่วงอายุ 35-60 ปี ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่าไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV (Human Papilloma Virus) หากมีการติดเชื้อดังกล่าวจะทำให้เกิดการแปลงเปลี่ยนบริเวณปากมดลูก อาจใช้เวลาในการก่อโรคนานถึง 15 ปี หรือใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะไปตรวจภายในประจำปีเพื่อให้ทันต่อการรักษาได้ทันท่วงที

ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งปากมดลูก

1. เปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อยหรือมีคู่นอนหลายคน

2. มีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่ยังเด็ก (อายุน้อยกว่า 18 ปี)

3.  มีประวัติเคยเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

4.  กินยาคุมนานเกิน 5 ปี ทำให้ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งปากมดลูกเพิ่มมากขึ้น

5.  ผู้ที่คลอดลูก 4-5 ครั้งขึ้นไป มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็งปากมดลูกเพิ่มขึ้นถึง 2.5 เท่า

6.  ดื่มสุราและสูบบุหรี่ หรือ ได้รับควันบุหรี่จากผู้ที่สูบรอบข้าง

อาการของผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งปากมดลูก

ในระยะแรก 80-90 % ของผู้ป่วยโรคมะเร็งปากมดลูก จะมีอาการตกเลือด โดยเลือกจะออกมามกะปริบกะปรอยในระหว่างที่เป็นประจำเดือน ซึ่งส่วนมากจะปนมากกับประจำเดือนจนคนส่วนใหญ่ไม่ทันได้สังเกตุถึงความผิดแปลกของร่างกาย หรือ มีเลือดออกหลังจากมีเพศสัมพันธ์โดนที่ไม่ได้เป็นประจำเดือน  หรือ เลือดออกปนมากับตกขาว ตกขาวมีกลิ่นเหม็นมากกว่าปกติ หรือมีหนองปนออกมาด้วย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายในก่อนที่จะลุกลามจนยากต่อการรักษา

หากมีอาการข้างต้นแล้วไม่ได้การตรวจรักษา อาจทำให้เข้าสู่ขั้นลุกลามได้ โดยจะมีอาการ ปวดหลังรุนแรง ขาบวม ปวดก้นกบ ปวดต้นขา ถ่ายเป็นเลือด ปัสสาวะเป็นเลือด

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้

ถึงจะเป็นโรคที่มีคนเสียชีวิตเป็นอันดับต้นๆ แต่ก็สามารถป้องกันไม่ให้เป็นได้ดังนี้

1. ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสฮิวแมนแพปพิลโลมา หรือ HPV เป็นเชื้อไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดมะเร็ง

2. ตรวจภายในประจำปี ตรวจหาเชื้อ HPV เพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที

3. หากตรวจพบเซลล์ผิดปกติหรือก้อนเนื้อ สามารถตรวจเนื้อเยื่อว่าเป็นก้อนเนื้อดีหรือร้าย อยู่ในระยะไหน เพื่อจะได้รักษาก่อนที่จะลุกลาม

4. หากตรวจพบเนื้อเยื่อที่ผิดปกติระยะก่อนที่จะเป็นมะเร็งก็จะสามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อนและค่าใช้จ่ายในการรักษาจะไม่สูงมาก รีบรักษาก่อนที่เนื้อเยื่อนั้นจะกลายเป็นมะเร็ง

 

แม้มีความผิดปกติของเนื้อเยื่อปากมดลูก หลังจากได้รับการรักษาแล้ว การฉีดวัคซีนป้องกันจะสามารถป้องกันการกลับมาเป็นอีกได้ถึง 70 % การดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็น ต้องใส่ใจทุกรายละเอียดโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน กินแแต่ของที่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะช่วยยืดอายุให้เราอยู่กับครอบครัวไปได้อีกนาน