โรคร้ายที่มากับ “ฤดูฝน” ตอนที่ 3 “โรคอหิวาตกโรค” โรคร้ายที่มากับ “ฤดูฝน” ตอนที่ 3 “โรคอหิวาตกโรค” โรคร้ายที่มากับ “ฤดูฝน” ตอนที่ 3 “โรคอหิวาตกโรค”

โรคร้ายที่มากับ ฤดูฝน ตอนที่ 3 “โรคอหิวาตกโรค

ฤดูฝนเป็นช่วงที่เกิดโรคระบายได้ง่ายเป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อโรค อหิวาตกโรค (Cholera) เป็นอีก 1 โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน เป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ โคเลอรี (Vibrio Cholerae) ที่ปนเปื้อนมาในน้ำและอาหาร ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคชนิดนี้เข้าไปจะมีอาการ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาเจียน เป็นต้น ทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดอาการช็อคได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

 

อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีดังต่อไปนี้

1. ท้องร่วง จะเกิดทันทีหลังจากได้รับเชื้อโรคเข้าไประดับหนึ่ง อุจจาระจะมีลักษณะสีขาวจางๆเหมือนน้ำซาวข้าว ในอุจจาระจะมีเกร็ดสีขาวหรือเมือก และมีกลิ่นคาวมาก

2. คลื่นไส้และอาเจียน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนหลายชั่วโมง ในช่วงแรกหลังจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

3. ร่างกายขาดน้ำฉับพลัน ผู้ป่วยอาจสูญเสียน้ำในร่างกายได้ถึง 1 ลิตร ภายใน 1 ชั่วโมง

4. เป็นตะคริว ผู้ที่ได้รับเชื้อหลังจากท้องร่วงได้ซักระยะ อาจเกิดการเป็นตะคริวได้ง่าย เนื่องจากร่างกายเกิดการสูญเสียเกลืออย่างกะทันหัน

5. เกิดอาการช็อค เป็นสภาวะแทรกซ้อนจากการขาดน้ำมากๆ ทำให้เลือดข้นและลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอหากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุของอหิวาตกโรค

1. น้ำ เชื้ออหิวาตกโรคจะพบมากตามแหล่งน้ำ น้ำท่วมขัง ที่มีสิ่งปฏิกูลอยู่มาก ควรหลีกเลี่ยงการใช่น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อนำมาอุปโภค บริโภค

2. อาหารทะเล การรับประทานอาหารทะเลดิบ โดยเฉพาะจำพวกหอย ซึ่งเกิดในแหล่งน้ำที่เป็นปากอ่าว น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลจะไหลลงทะเลตรงปากอ่าวจึงเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆรวมถึงเชื้ออหิวาตกโรคด้วย

3. ผักและผลไม้สด ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือใช้ปุ๋ยคอดปุ๋ยหมักอาจมีเชื้ออหิวาตกโรคปนเปื้อนมาได้ จึงควรล้างผักผลไม้สดให้สะอาดก่อนรับประทาน

 

การรักษาอหิวาตกโรค

1. รับประทานน้ำเกลือแร่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับเกลือแร่ทดแทนที่สูญเสียไป ควรให้ผู้ป่วยรับประทานผงละลายเกลือแร่ที่ผสมในน้ำต้มสุก

2. การให้สารละลายในน้ำทดแทน ในกรณีทานน้ำเกลือแร่ได้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้สารละลายในน้ำทางน้ำเกลือเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ รวมทั้งรักษาภาวะช็อคจากการขาดน้ำเฉียบพลันด้วย

3. การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาบางตัวช่วยลดจำนวนและระยะเวลาของอาการท้องร่วงจากเชื้ออหิวาตกโรคได้

 

การป้องกันอหิวาตกโรค

1. ล้างมือให้สะอาด ล้างมือถูสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮล์ทำความสะอาดมือแทนได้

2. ดื่มน้ำต้มสุกและสะอาด น้ำต้มสุกควรเป็นน้ำที่ต้มเองโดยต้มให้เดือดจับเวลา 1 นาที เป็นไปได้ควรใช้น้ำต้มสุกในการแปลงฟัน ล้างผัก ล้างมือด้วย

3. รับประทานอาหารปรุงสุก ในช่วงที่อหิวาตกโรคกำลังระบายควรกินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ และใช่ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ

4. หลีกเลี่ยงอาหารดิบ ควรเลี่ยงอาหารที่ไม่ปรุงสุก เช่น ปลา กุ้ง เนื้อวัว เป็นต้น

5. หลีกเลี่ยงผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เช่นแอปเปิ้ล มะเขือเทศ เป็นต้น

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

โรคร้ายที่มากับ ฤดูฝน ตอนที่ “โรคอหิวาตกโรค

ฤดูฝนเป็นช่วงที่เกิดโรคระบายได้ง่ายเป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อโรค อหิวาตกโรค (Cholera) เป็นอีก 1 โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน เป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ โคเลอรี (Vibrio Cholerae) ที่ปนเปื้อนมาในน้ำและอาหาร ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคชนิดนี้เข้าไปจะมีอาการ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาเจียน เป็นต้น ทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดอาการช็อคได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

 

อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีดังต่อไปนี้

1. ท้องร่วง จะเกิดทันทีหลังจากได้รับเชื้อโรคเข้าไประดับหนึ่ง อุจจาระจะมีลักษณะสีขาวจางๆเหมือนน้ำซาวข้าว ในอุจจาระจะมีเกร็ดสีขาวหรือเมือก และมีกลิ่นคาวมาก

2. คลื่นไส้และอาเจียน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนหลายชั่วโมง ในช่วงแรกหลังจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

3. ร่างกายขาดน้ำฉับพลัน ผู้ป่วยอาจสูญเสียน้ำในร่างกายได้ถึง 1 ลิตร ภายใน 1 ชั่วโมง

4. เป็นตะคริว ผู้ที่ได้รับเชื้อหลังจากท้องร่วงได้ซักระยะ อาจเกิดการเป็นตะคริวได้ง่าย เนื่องจากร่างกายเกิดการสูญเสียเกลืออย่างกะทันหัน

5. เกิดอาการช็อค เป็นสภาวะแทรกซ้อนจากการขาดน้ำมากๆ ทำให้เลือดข้นและลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอหากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุของอหิวาตกโรค

1. น้ำ เชื้ออหิวาตกโรคจะพบมากตามแหล่งน้ำ น้ำท่วมขัง ที่มีสิ่งปฏิกูลอยู่มาก ควรหลีกเลี่ยงการใช่น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อนำมาอุปโภค บริโภค

2. อาหารทะเล การรับประทานอาหารทะเลดิบ โดยเฉพาะจำพวกหอย ซึ่งเกิดในแหล่งน้ำที่เป็นปากอ่าว น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลจะไหลลงทะเลตรงปากอ่าวจึงเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆรวมถึงเชื้ออหิวาตกโรคด้วย

3. ผักและผลไม้สด ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือใช้ปุ๋ยคอดปุ๋ยหมักอาจมีเชื้ออหิวาตกโรคปนเปื้อนมาได้ จึงควรล้างผักผลไม้สดให้สะอาดก่อนรับประทาน

 

การรักษาอหิวาตกโรค

1. รับประทานน้ำเกลือแร่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับเกลือแร่ทดแทนที่สูญเสียไป ควรให้ผู้ป่วยรับประทานผงละลายเกลือแร่ที่ผสมในน้ำต้มสุก

2. การให้สารละลายในน้ำทดแทน ในกรณีทานน้ำเกลือแร่ได้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้สารละลายในน้ำทางน้ำเกลือเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ รวมทั้งรักษาภาวะช็อคจากการขาดน้ำเฉียบพลันด้วย

3. การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาบางตัวช่วยลดจำนวนและระยะเวลาของอาการท้องร่วงจากเชื้ออหิวาตกโรคได้

 

การป้องกันอหิวาตกโรค

1. ล้างมือให้สะอาด ล้างมือถูสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮล์ทำความสะอาดมือแทนได้

2. ดื่มน้ำต้มสุกและสะอาด น้ำต้มสุกควรเป็นน้ำที่ต้มเองโดยต้มให้เดือดจับเวลา 1 นาที เป็นไปได้ควรใช้น้ำต้มสุกในการแปลงฟัน ล้างผัก ล้างมือด้วย

3. รับประทานอาหารปรุงสุก ในช่วงที่อหิวาตกโรคกำลังระบายควรกินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ และใช่ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ

4. หลีกเลี่ยงอาหารดิบ ควรเลี่ยงอาหารที่ไม่ปรุงสุก เช่น ปลา กุ้ง เนื้อวัว เป็นต้น

5. หลีกเลี่ยงผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เช่นแอปเปิ้ล มะเขือเทศ เป็นต้น

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค

โรคร้ายที่มากับ ฤดูฝน ตอนที่ “โรคอหิวาตกโรค

ฤดูฝนเป็นช่วงที่เกิดโรคระบายได้ง่ายเป็นอย่างมาก เพราะมีน้ำเป็นสื่อกลางในการแพร่เชื้อโรค อหิวาตกโรค (Cholera) เป็นอีก 1 โรคที่พบบ่อยในช่วงฤดูฝน เป็นโรคที่มีความรุนแรงอย่างมาก อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย อหิวาตกโรค เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย วิบริโอ โคเลอรี (Vibrio Cholerae) ที่ปนเปื้อนมาในน้ำและอาหาร ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคชนิดนี้เข้าไปจะมีอาการ ถ่ายเหลวเป็นน้ำ อาเจียน เป็นต้น ทำให้ร่างกายเสียน้ำและเกลือแร่อย่างรวดเร็วส่งผลให้เกิดอาการช็อคได้ และอาจรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต

 

อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะมีดังต่อไปนี้

1. ท้องร่วง จะเกิดทันทีหลังจากได้รับเชื้อโรคเข้าไประดับหนึ่ง อุจจาระจะมีลักษณะสีขาวจางๆเหมือนน้ำซาวข้าว ในอุจจาระจะมีเกร็ดสีขาวหรือเมือก และมีกลิ่นคาวมาก

2. คลื่นไส้และอาเจียน ผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการคลื่นไส้และอาเจียนหลายชั่วโมง ในช่วงแรกหลังจากเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย

3. ร่างกายขาดน้ำฉับพลัน ผู้ป่วยอาจสูญเสียน้ำในร่างกายได้ถึง 1 ลิตร ภายใน 1 ชั่วโมง

4. เป็นตะคริว ผู้ที่ได้รับเชื้อหลังจากท้องร่วงได้ซักระยะ อาจเกิดการเป็นตะคริวได้ง่าย เนื่องจากร่างกายเกิดการสูญเสียเกลืออย่างกะทันหัน

5. เกิดอาการช็อค เป็นสภาวะแทรกซ้อนจากการขาดน้ำมากๆ ทำให้เลือดข้นและลำเลียงออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายไม่เพียงพอหากไม่ได้รับการรักษาอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สาเหตุของอหิวาตกโรค

1. น้ำ เชื้ออหิวาตกโรคจะพบมากตามแหล่งน้ำ น้ำท่วมขัง ที่มีสิ่งปฏิกูลอยู่มาก ควรหลีกเลี่ยงการใช่น้ำจากแหล่งน้ำเพื่อนำมาอุปโภค บริโภค

2. อาหารทะเล การรับประทานอาหารทะเลดิบ โดยเฉพาะจำพวกหอย ซึ่งเกิดในแหล่งน้ำที่เป็นปากอ่าว น้ำที่ปนเปื้อนสิ่งปฏิกูลจะไหลลงทะเลตรงปากอ่าวจึงเป็นแหล่งรวมของเชื้อโรคต่างๆรวมถึงเชื้ออหิวาตกโรคด้วย

3. ผักและผลไม้สด ในพื้นที่ที่ทำการเกษตรที่ใช้น้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือใช้ปุ๋ยคอดปุ๋ยหมักอาจมีเชื้ออหิวาตกโรคปนเปื้อนมาได้ จึงควรล้างผักผลไม้สดให้สะอาดก่อนรับประทาน

 

การรักษาอหิวาตกโรค

1. รับประทานน้ำเกลือแร่ จะช่วยให้ร่างกายได้รับเกลือแร่ทดแทนที่สูญเสียไป ควรให้ผู้ป่วยรับประทานผงละลายเกลือแร่ที่ผสมในน้ำต้มสุก

2. การให้สารละลายในน้ำทดแทน ในกรณีทานน้ำเกลือแร่ได้ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องให้สารละลายในน้ำทางน้ำเกลือเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำและเกลือแร่ รวมทั้งรักษาภาวะช็อคจากการขาดน้ำเฉียบพลันด้วย

3. การใช้ยาปฏิชีวนะ ยาบางตัวช่วยลดจำนวนและระยะเวลาของอาการท้องร่วงจากเชื้ออหิวาตกโรคได้

 

การป้องกันอหิวาตกโรค

1. ล้างมือให้สะอาด ล้างมือถูสบู่ทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำและก่อนรับประทานอาหาร หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์เจลแอลกอฮล์ทำความสะอาดมือแทนได้

2. ดื่มน้ำต้มสุกและสะอาด น้ำต้มสุกควรเป็นน้ำที่ต้มเองโดยต้มให้เดือดจับเวลา 1 นาที เป็นไปได้ควรใช้น้ำต้มสุกในการแปลงฟัน ล้างผัก ล้างมือด้วย

3. รับประทานอาหารปรุงสุก ในช่วงที่อหิวาตกโรคกำลังระบายควรกินอาหารปรุงสุกใหม่ๆ ร้อนๆ และใช่ช้อนกลางในการรับประทานอาหารร่วมกับคนอื่นๆ

4. หลีกเลี่ยงอาหารดิบ ควรเลี่ยงอาหารที่ไม่ปรุงสุก เช่น ปลา กุ้ง เนื้อวัว เป็นต้น

5. หลีกเลี่ยงผลไม้ที่รับประทานทั้งเปลือก เช่นแอปเปิ้ล มะเขือเทศ เป็นต้น

 

ข้อมูลและภาพจาก : ไอยราไบโอเทค